โลกแห่งมายาที่ผูกจิตให้เอนเอียงอ่อนโอนไปตามกระแสสังคมภิวัฒน์ที่เชี่ยวกราด ทำให้ผู้คนที่เราพูดคุยมีปฎิสัมพันธ์ส่วนใหญ่หลงลืม จุดออริจิ้น(Origin)ของตัวเองจากที่มามีที่ไปแต่กลับไม่เคยคำนึงหาเรื่องราวระหว่างทาง คิดฝันแต่อนาคตที่อยากใคร่ ไม่ได้ใส่ใจคนรอบข้างเหยียบย้ำหัวหางจมธรณี ถูกกลืนกินด้วยวิถีแห่งซาตานวัตถุ วันที่อะไรๆดูเหมือนคล้ายกันไปซะทุกอย่าง ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆยังมีทางเลือกของแนวคิดที่อนุรักษ์นิยม(Conservative)อยู่มาก แต่ขนาดแรงผลักทางสัมคมแนวดิ่งให้กล้าเผชิญต่อสิ่งลับลวงตาทั้งหลาย ความเข้าใจในระดับต่างกันจนการสื่อสารเริ่มติดขัดและหาความพอดีไม่เห็น สุดท้ายได้แต่เฝ้ามองการเคลื่อนที่ของสรรพสิ่งให้เป็นไปตามเหตุและผลของมัน
ความคิดถึงความคาดหวังก่อเกิดตามมาจากสัมพันธ์สวาท เป็นสิ่งที่ทำร้ายใครมานักต่อนัก แต่ในสภาพและเหตุการณ์ที่เป็นอยู่กลับแตกต่าง ห่างไกลจากที่พบเจอ ลึกซึ้งมากมายความอาทร ปฎิเสธกับร่างกายไม่ได้ถึงสิ่งที่เสพ อ่อนโยนเหมือนผีเสื้อ เร่าร้อนดังไฟมรสุม เหน็บหนาวท่ามกลางการรอคอย เพราะโลกเสมือนที่เราพบกันมันยิ่งกว่าฝันกลางวันแสกๆแต่ มันชัดเจนและจริงจนรู้สึกได้ว่าเนิ่นนานและคงยากที่จะดับไฟที่เราช่วยกันโหมกระหน่ำให้มันลุกโชนส่วางจ้า
อุปมาไปไกลสิ่งสุดท้ายก็คือไม่มีคำว่าพอ อาจต้องทุกข์ต้องทนทรมาน เพราะเมื่อความจริงค้นหา ผู้ถูกติดตามอย่างเราคงต้องยอมสิโรราบตามสัจธรรม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น