วลีที่เนิ่นนานจากหนังรักฟากฝั่งตะวันตกเรื่องหนึ่ง ไม่มีความต่อหมายใดชัดเจนมันมีความเข้าใจตรงตามตัวอักษรา ชีวิตที่พึ่งพาความฝันเกินกึ่งหนึ่งยากต่อการหักห้ามใจเมื่อเผชิญกับสิ่งสวยงามที่ย่างกรายเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อเกิดอารมณ์มากมายจนไม่สามารถบอกต่อหรือเล่าในสิ่งที่สัมผัสถึง ชั่วชีวิตของคนรายรอบคงเคยพบเจอ ดังกลอนแปดของท่านสุนทรภู่ ที่อุปมาเมรัยกับดวงใจไว้อย่างคล้องจิต
"อันเมาเหล้ายังดีกว่าเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน"
ไม่มีเหตุผลที่จะพร่ำเพ้อแต่มันคือสิ่งที่จริงแท้ว่า่คืนนี้ก็ต้องกลับเข้าสู่วังวนของเงามืดที่คุ้นเคย ล่องลอยสู่ความใคร่หลงใหลในอิสตรี รูปรสกลิ่นเสียงและสัมผัส มาเต็ม ทุกโสตประสาทคงได้ตื่นจากภวังค์อีกครา ไม่เคยนึกแปลกใจว่า สิ่งที่เกิดผ่านมามันคือตัวตนและสิ่งที่เป็นหล่อหลอมให้พบเจอกับความเดียวดายหลีกไกลจากความสัมพันธ์เชิงคู่ คิดอ่านด้วยสัมพันธ์เชิงเดี่ยว สุดท้ายปล่อยไปตามหัวใจโทรมๆก้อนหนึ่ง ที่เต้นรัวทุกครั้งที่เจอกับสิ่งคุ้นชิน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น