เราอยู่ในยุคที่น้ำท่วมใหญ่วัยกลางคน ผู้คนจะพูดถึงเรื่องราว อารมณ์ความสูญเสีย ความรู้สึกต่างๆในทศวรรษนับจากนี้ สภากาแฟ ร้านเหล้า แวดวงสังสรรค์ในอีก10ปี คงมีเรื่องราวหัวข้อน้ำท่วมใหญ่ในกรุงให้คุยสนุกปากส่วนคนที่ไม่ท่วมไม่เดือดร้อน อาจต้องเหงาปากนั่งเงี่ยหูฟังไร้ตัวตนในวงสนทนา
ซากสิ่งปฎิกูลทั้งหลาย ขยะหลายล้านตัน การรื้อสร้างซ่อมแซมสิ่งผุพังหักกร่อนจากน้ำแช่นานแช่ขังหมักหมม อาจใช้เวลาเพียงไม่นานผ่านการช่วยเหลือของทุกคนไม่นานจะกลับมาสวยงามดังเดิมหรือดีกว่าเก่า แต่ิสิ่งที่จะงดงามและไม่สูญหายไปไหนคือน้ำใจและการช่วยเหลือ มันสามารถบอกเล่าเหตุการณ์ได้อย่างสนิทใจไม่ว่าจะอีกกี่เดือนปี ความทรงจำของมนุษย์ในยามยากเป็นsuper hard disk ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เฉกเช่นเดียวกับความทรงจำของเด็กหนุ่มหญิงสาวที่ติดกับดักของความรัก ความขมขื่นจากมิติสังคมความแตกแยก ครอบครัว การจากลา ล้มหายตายจากของบุคคลที่รัก ส่งผลให้เกิดบทสนทนาเรื่องราวที่อยู่ในจิตใต้สำนึก เราคงมีร่องรอยบางอย่างที่เฉียดกันในวัยเด็กขนานกับเส้นชีวิตปัจจุบันตามช่วงเวลา
เคยนึกสงสัยใครซักกี่คนที่จะมีความเกี่ยวพันในชีวิตวัยเด็กสืบค้นต่อเนื่องถึงปัจจุบันได้อย่างประติดประต่อ คงมีแต่เธอ หรือเธอ หรือใคร แต่ฉันมั่นใจว่าอยากอยู่เคียงข้างกันไป ในยามนี้ที่ชีวิตเลือกสิ่งใดได้ยากเต็มที ทุกวัน ทุกความคิดที่ก้าวเดินไป จะสวยงามและมีความหมายตราบที่ความเข้าใจของเรายังอยู่ ชีวาราตรีอาจไม่คล้อยเคลื่อนในเดือนดาว บางค่ำคืนอาจขาดหายในความมืดมิด ค่ำคืนที่มีความหมายของใครหลายต่อหลายคนอาจไม่มีเงาของเราทอดแสงจันทร์แต่ฉันก็ยังคงอยู่ที่เดิม ถักทอเส้นใยแห่งรักของเราให้หนาแน่นอบอุ่นในทุกๆวัน ฉันสัญญา กับเธอผู้เดียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น