สิ่งที่เราสัมผัสภายใต้สภาวะโลกที่มีแค่มิติ ที่3 เบาบางกว้างใหญ่เกินกว่าจะหยั่งรู้ถึงจิตใจ ทฤษฎีใดๆขวางกั้นสติปัญญา เพียงเสี้ยวที่เราเข้าใจจากนับหมื่นล้านเอกภพระบบสุริยะเดียวที่เรามองยามแสงสาดส่อง นิทราหลับฝันพลันตื่นขึ้นเจอแสงจ้าคราใดนึกหวลถึงสิ่งที่ถวิลหา คงเกิดดับอีกนับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะตกผลึกความเป็นชาติพันธุ์บนดาวเคราะห์ที่เราเองไม่แม้อาจจินตนาการถึงโลกในเบื้องหน้า สิ่งใดที่ผ่านมากาลเวลาเป็นเส้นตรงที่มีจุดตัดที่คำนวณได้จากค่ำคืนแจ้งปีปฎิทินที่หมุนผ่าน ไม่รู้สึกถึงการมีชีวิต เพื่อความรักความหวังหรือความฝัน ใดๆ กิเลส ความอยากที่ครอบงำ ไม่ต่างจากเนื้อหนังหุ้มกายาน้ำเลือดหล่อเลี้ยงทั่วไป สิ้นศรัทธาต่อการปักใจเชื่อในความดีงาม ผลสนองจากวิทยาศาสตร์สู่โลกที่ไม่มีมิติจะตอบกลับ วันเวลาของความเลวทรามสูงส่ง บดบังความสวยงามอีกคำรบ สัญชาตญาณที่เราต่างเข้าใจรู้ดีถึงการเสพสุข ในสากล พลังที่ขับเคลื่อนให้อยากต่อเติมความฝันบนความเหนื่อยล้าของคืนวันคืออะไร ฉันวิ่งมุ่งหน้าไปคนเดียวเดียวดาย ความกระตือรือร้นที่จะแสดงออกถึงความโหยหาในนิยามรักแตกต่างกัน ความเข้าใจและสุขจากการได้เผชิญหน้าต่างกัน ความสุขของเธอ ความสุขของฉันถูกบำบัดด้วยที่มาที่ต่างกัน ความพยายามในการแสดงออกหลอกตัวเองฝืนข่มให้ใช่ยังไงก็คือคำตอบที่บอกเราอยู่ทุกวัน มันก็จะเป็นอีกหน้าหนังสือที่เราอ่านไปพร้อมๆกับทำความเข้าใจ เวลาไม่ตอบสนองความสัมพันธ์ ความอยากในการสานต่อลดลง ฉันชินชากับความรู้สึกนี้อีกครั้ง อีกแล้ว เมื่อการจากลามาถึง ลมหายใจของเราหยุดลง ร่างแหลกสลายไปสู่ดาวน้อยใหญ่ แสงจากตัวเราที่เกิดจากการเผาไหม้ หัวใจที่กลายเป็นเศษเสี้ยวแก้วคง เป็นจุลละลายไปพร้อมกับความแข็งแรงของสุญญากาศ ล่วงหล่นมายังใต้ต้นไม้ต้นใหญ่กลับมาเป็นปุ๋ยดินในโลกใบเล็กๆอีกครั้ง
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก 100 ย่อมเป็นทุกข์ 100
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก 10 ย่อมเป็นทุกข์ 10
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก 1 ย่อมเป็นทุกข์ 1
ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ย่อมไม่มีทุกข์...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น