วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน

คงเป็นสัปดาห์แห่งการย้อนวัยกลับไปหาสิ่งที่คุ้นเคย กับอาหารการกินความอบอุ่นครั้งเก่าหนหลังจากภวังค์เยาว์วัย การได้กลับสู่สถานที่ที่คุ้นเคย อบอุ่นปลอดภัย อาจจะเป็นช่วงสุดท้ายที่เราได้อยู่กับครอบครัวที่ดูเหมือนเป็นครอบครัวที่เป็นรูปร่างในชีวิตมากกว่าวัยใด และแม่ลองพร้อมกับเครือญาติที่ดีต่อเราอย่างไม่มีข้อแม้ ไม่น่าเชื่อว่าความเกี่ยวดองทางสายโลหิตไม่ได้บ่งชี้ความผูกพักที่เขาเหล่านั้นมีให้กับเรา


ไม่ได้มีDNAเสี้ยวใดที่คล้ายคลึงแต่กลับอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ไปใกล้ชิดได้พูดคุยจากัน นานครั้งที่หลบลี้และสุขทุกทีที่ได้ไปเยี่ยมเยียนคงเป็นอีกช่วงเวลาที่เราคงจะเก็บเกี่ยวความสุขนี้สะสมไว้ในยามที่ทุกข์ยากทางอ้อมกอดของครอบครัว เวลาที่โดดเดี่ยวไร้ผู้คน 


คงไว้ในอดีตที่แน่นิ่ง แต่ความสุขเกิดขึ้นทุกครั้งที่เราดึงมันมาใช้ ในมโนภาพของเด็กน้อยกับวิถีการเลี้ยงดูเก่าๆแต่อบอุ่น ขอบคุณ ครอบครัวญาณไตรรัตน์ จากตากถึงชัยนาท และตลอดไป

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อนาคตอนางอ

เมื่อวันที่ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ฤดูกาลผันแปร สิ่งต่างๆรอบกายสรวลเสเหหักตามกระแส วาระแห่งการเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ อนาคตที่สุ่มเสี่ยงแต่เสียดฟ้ากับเบื้องหน้าที่ต้องก้าวเดินอีกยาวไกลในหลายปีผ่านจากนี้ คงต้องตั้งสติกับการดำเนินเจริญรอยทางตามหาฝันใฝ่ในสังคมวิชาการ

ขัดแย้งแบ่งข้างแต่มันคือสิ่งที่เบื้องบนคนสั่งการให้เจริญรอย ฝันรายทางคงเก็บพับใส่กล่องใบใหญ่เอาไว้ก่อน

สิ่งที่ฝันกับสิ่งที่ชอบ มักสวนทางกับความจริงของวิถีที่ดิ้นรน ในชีวิตที่เลือกได้บ้างไม่ได้บ้างในบางเวลา

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Zzzzz

จะหลับไหลในแสงอุทัยส่อง เหนือริมคลองหน้าเขาเงาไสว
แม้ผู้คนพลุกพล่านผ่านเภทภัย แต่ไฉนในเพลาข้าง่วงนอน


เหตุคงเป็นเพราะอ่อนล้าชีวาหลุด จิตใจหยุดเคลื่อนไหวไร้เหตุผล
รอเวลาเสร็จสรรพกลับเป็นคน สมบูรณ์ผลดังเดิมเติมแรงใจ


ค่ำคืนสุขทุกข์ยากหากยังโหย คืนฝนโปรยดาวหายมลายแสง
ทั้งอากาศเหน็บหนาวคอยทิ่มแทง จิตยื้อแย่งกายไว้ไม่ไหวติง


ถึงจุดดิ่งเหวลึกรู้สึกหวิว กายใจปลิวปลดปล่อยรอคอยหวัง
ขอเธออยู่เคียงข้างสร้างพลัง  ถึงพลาดพลั้งร้อยหนไม่บ่นเลย


Good evening Zzzzz

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เสร็จสมอารมณ์หมาย

วันที่ภาระกิจในเบื้องหน้าหมดจรดเนียนตา เหลือแค่ร้องเพลงรอระบบราชการมหาวิทยาลัยในการจัดการภายใน อนาคตที่เลือนลางกลับมาชัดเจนอีกครั้งหลังมืดดำไปชั่วนาตาปี สุญญากาศในการงานและสิ่งรอบด้านคงช่วยจัดกระบวนการคิดเราเสียใหม่ ผ่านค่ำคืนของสหายคุ้นเคยกับเสียงดนตรีเคล้าคลอ คงช่วยต่อเติมอารมณ์ความฝันมิตรภาพให้เดินตามรอยทางของมัน


บทเพลงมิตรภาพที่เอื้อนเอ่ย ถูกบันทึกด้วยความทรงจำและสื่อสมัยใหม่ฝากไว้ในฐานวีดีโอที่เมื่อเราไม่ค่อยได้พบกันคงนึกขำกับสิ่งที่ส่วนไร้สติทำให้เกิดความสุนทรีย์อย่างแยกไม่ออก


คงนิ่งพักผ่อนอีกซักพักค่อยก้าวย่างออกสู่โลกาหาสิ่งแปลกใหม่ 
ถ้าต้องพบสิ่งไม่พึงจิต ขอหยุดคิดพักใจและหัวคิดไว้ก่อน


วันเวลาจะนานสักเพียงไหน เพื่อนฉันคนนี้นั้นไม่มีวันห่าง และไม่มีวันจากไปไหน

วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

หลุดโลก

นิยามที่สหายกิ๊กเรียกขาน กลับมานึกคิดก็เป็นเช่นนั้นจริงแฮะ หากแต่ที่ผ่านมายังคงยึดติดกับสิ่งผูกพันทางสังคม ความคิดและ พันธนาการของอารมณ์ ช่วงเวลาดั่งทองจะทำทุกวันให้มีคุณค่ากลบเกลื่อนความพร่องทางการงานที่ทบทวนหนแล้วหนเล่า ก็เข้าใจและเหม่อทุกครั้งที่ ต้องจมอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้รักชอบ ทำแล้วสุขน้อยทุกข์มาก ขอเลือกสิ่งที่เห็นแก่ตัวบ้างในเพลานี้

ฉันยังยืนยันว่าฉันรักในอิสรา และประชาธิปไตย

วันเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่าน

             วลีที่ได้ยินมานานนมตั้งแต่สมัยประถมถืออมยิ้มจนถึงวันนี้ก็ไม่มีลืมเลือน คือ ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง จริงแท้ในกระแสไม่ว่าจะผ่านยุคใดการเปลี่ยนผ่านทั้งภายในและภายนอกของสิ่งที่เป็นไป ยังเวียนวนเป็นพลวัต อีกจุดที่รอยเชื่อมแห่งความสว่างและความมืดเปิดรับกัน ยังคงไม่ไหวติง นิ่งสงัดอยู่อย่างเดิม มันคงเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดด้วยกรรมการทำที่สอดรับกันมาตั้งแต่ต้น อีกประสบการณ์ของสัมคมนุษยวิทยาที่หยั่งรู้ถึงผู้คนอีกกลุ่มก้อน ทฤษฎีวิเคราะห์ใดไร้ค่าเมื่อเทียบกับ Exp ที่ผ่านพ้น

             อ่อนล้าด้วยฤทธิ์ธาของเมรัยและประไหมสุหรีที่รัญจวน วันที่แสดงตัวซึ่งอิสรา แลประชาธิปไตยอย่างภาคภูมิ ไร้ระบบพันธะทางการครอบงำความคิดอีกต่อไปขอบใจที่อำนาจไม่อาจส่อถึงบารมี ขอบใจที่ความดีไม่อาจส่อถึงความงดงาม และขอบใจที่ทำให้รู้สันดานของความจริง

หากเราต้องจากกัน จากกันด้วยเหตุใด เก็บความคิดที่คล้ายกัน...
ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา จะไปในทันใด...

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ธุรกิจการศึกษา

กล้วยไม้มีดอกช้า..........ฉันใด
การศึกษาเป็นไป...........เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวไร......งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น.......เสร็จแล้วแสนงาม


ปิ่น มาลากุล


บทประพันธ์นี้คงใช้ไม่ได้กับสถานศึกษาเอกชนที่มองเห็นเป็นธุรกิจมอง ตัวเงินมากกว่าผลผลิตที่งามงดของนักเรียนนักศึกษา สารเร่งที่ฉาบฉวย ส่งผลงอกงามในระยะต้น แต่ความต่อเนื่องของลิ่วล้อมันเป็นเครื่องชี้บ่งถึง กระบวนการถ่ายทอดสู่Processที่เมื่อเบื้องบนมองเป็นเชิงเศรษฐศาสตร์ ก็จบตั้งแต่ต้น สายป่านที่ยืดยาวพิจะประคับประคอง แต่ถึงกาลเวลาที่ความจริง ความงามของกฎที่เทียงธรรมเปิดเผย คงได้มองเห็นตอที่ผุดโผล่พ้นเหนือน้ำ


หลุดพ้นจากวงการศึกษาแบบอัตราเร่ง เครื่องจักรกลมนุษย์ไร้ ความคงภูมิในคำว่าครู บงการด้วยนโบายอุตสาหกรรมสังคมนิยมเบ็ดเสร็จ ยากที่จะต้านสิ่งที่อยู่ภายในประชาธิปไตยการศึกษาอย่างเรา คงต้องทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านมา แล้วคงเข้าใจเหตุและผลของมัน 6 ปีของวัฎจักรการศึกษาแบบที่ว่ามันคงมากพอต่อการสรุปสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ อีกสถานที่ที่แรงบันดาลใจลดน้อยถอยลงทางวิชาการ


Jadenathee ผู้หันหลังให้วงการศึกษาแบบอัตราเร่ง 
ขอบคุณที่ทำให้รู้จัก ความดี ความจริงและความงาม แบบจอมปลอม