มีบทเพลงของวงตำนานเพื่อชีวิต คาราบาวที่ได้ยินมานานนมแต่ไม่ยักกะเคยฟังให้ได้ความหมายถ่องแท้ที่เล่าถึงคนบ้าในบ้านหลังคาแดงกับเชาว์ปัญญาที่ไม่ได้มืดบอดตามสติที่ไม่มีสตางค์
แล้วมาวันหนึ่ง ถึงเวลาเย็น
ฉันไปเดินเล่น เกาะลูกกรงรั้ว
เห็นรถยางแตก กับหญิงสาวขี้กลัว
ฉันยืนยิ้มที่ริมรั้ว ดูเธอเปลี่ยนล้อยาง
(ยางมันแตก)
เธอลนเธอลานพลั้งเผลอ เตะน็อตตกท่อ
ก็เหลือแต่ล้อเปลี่ยนล้อ ขาดน็อตยึดแน่น
จากความวิตกหวาดหวั่น กลายเป็นความแค้น
เสียงตวาดแหว๋น เสียงดังแปร๋นแปร๋น
แค้นที่มองหน้า ยิ้มทำไมไอ้คนบ้า
ฉันเป็นคนบ้า เพราะว่าสติไม่ดี
ไม่ใช่คนไม่ดี ฉันมีสติไม่ดี
ฉันเป็นคนบ้า ไม่ใช่คนไม่ดี
ฉันสติไม่ดี ฉันเป็นคนบ้า
บ้ายังช่วยบอก ให้เธอใจเย็น
น็อตที่ฉันเห็น ยังมีอีกตั้งสามล้อ
ถอดมาล้อละตัว มาใส่แล้วก็ไปต่อ
เสียงเธอก็ร้องอ๋อ...ก็ไหนว่าเป็นคนบ้า
บ้าก็บ้าซิวะ ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่...
การเล่าเรื่องตามบทเพลงแฝงแง่คิดของสิ่งที่คนในสังคม คิดถึงแต่เรื่องของตัวเองกับชีวิตที่วุ่นวายมองข้ามสิ่งเล็กน้อย จุดใต้ตำตอที่สะท้อนถึงซากปรักหักพังของสังคมนิยมวัตถุคอมมิวนิสต์ถูกกลืนกินไปตามการขยายขอบเขตของเมืองใหญ่ การร้อยเรียงเรื่องราวทำได้เข้าถึงคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยไม่ยากเย็น อีกหนึ่งคนที่อยากพูดถึงคือแสตมป์ นักร้องนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในการใช้ภาษามีแรงบันดาลใจจากกีตาร์ตัวเล็กๆ มีIdol เหมือนกับผมคือ ปู พงษ์สิทธิ์ ไม่ว่างานเพลงจะผ่านกาลเวลายุคสมัยก็ยังคงความอมตะไพเราะอยู่เช่นนั้น กำลังจะพูดถึงเพลงความคิด และอีกหลายต่อหลายเพลงทั้งที่เป็นบทบาทเบื้องหลังและเบื้องหน้าให้กับศิลปินชื่อดังมากมายกับรางวัลการันตีจากสีสีนอวอร์ด จากคนฟังเพลงที่เคี่ยวกรำกันมาถือว่าเป็นต้นแบบให้คนที่ชอบในเพลง ชอบในการเล่นดนตรีได้เจริญรอยตาม จินตนาการกับภาษา อารยธรรม ความคิดสร้างสรรค์ผนวกรวม แต่สุดท้ายก็คือความชอบ ความกล้า ความบ้าที่มีให้กับสิ่งที่เรารัก และแรงบันดาลใจจากคนที่รักเราซักคนก็คงเพียงพอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น