วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นิราศ ชุมพร

หาดชุมพรร้อนแดดแผดเผาจิต  ยังครุ่นคิดถึงคืนรื่นรมณ์หนาว
ทะเลกว้างผืนน้ำสุดสกาว   ป่านนี้ดาวในใจข้า...เป็นเช่นไร

กับแกล้มเบาเร้ารสสุราRED  ไกลสุดเขตสายตาพาคิดถึง
พิจิตราคนไกลให้คำนึง  อยู่ก้นบึ้งใจพี่มิวางวาย

แสงสุดท้ายลับเกาะเลาะทิวเมฆ  ดั่งฟ้าเสกความงามข้ามมาหา
เงาสะท้อนหมู่นกพสุธา  ถวิลหาแต่หน้าเจ้าโศกเศร้าจริง

เรือไดหมึกอวดแสงแรงลมคลื่น  ยามค่ำคืนมืดมิดจิตเปลี่ยวเหงา
เป็นวิถีชาวเลเท่ห์ไม่เบา  ทะเลเหงาแต่ยังเคล้าแสงจันทรา

นิราศ เพชรบุรี

คลื่นลมแรงแสงดับลับขอบฟ้า  ทะเลบ้าทรายทรุดสะดุดหิน
ฟ้าเริ่มมืดลาลับดับไอดิน  นกโผผินบินสู่ประตูใจ

กุ้งทะเลปูม้าพากายอิ่ม ทั้งน้ำจิ้มหลากรสสดและใหม่
ปลาเนื้ออ่อนแดดเดียวเปลี่ยวเหงาใจ  ซ่อนความในไร้คู่ดูทะเล

ทะเลดำช้ำรักหักใจโหย ลมพัดโชยโรยกลิ่นถวิลหา
จากเจ้าไกลสุดล่าพสุธา  พิจิตราป่านนี้เป็นเช่นไร

จะคิดถึงคนทางนี้ที่ไกลไหม  จะห่วงใยคนทางนี้ที่โหยหา
จะยังจำใบหน้าและแววตา  ของคนบ้าคนเขลาเศร้าโศกใจ

นิราศบ้านโป่ง

ถึงสหกรณ์หนองโพรโหฐาน  เป็นตำนานโคนมอุดมผล
ประโยชน์ยังเกษตรกรทั่วทุกคน  แสนสุขล้นอิจฉาคนโพธาราม

ผ่านบ้านโป่งเมืองโอ่งโค้งหักศอก  สุดช้ำชอกเจ้าลวงหลอกหรือแค่เหงา
ติดต่อไปไม่พบประสบเงา  คืนนั้นเจ้าแค่เมาหรือรักจริง

ราชบุรียามนี้มีแต่เหงา  เห็นรวงข้าวทุ่งนาฟ้ากว้างใหญ่
ผ่านสะพานแขวนจุฬาอ่อนล้าใจ  คิดถึงใครคิดถึงเธออยากเจอจอย

แดดตัเมืองร้อนฉ่าพาให้หิว  บาร์ บี คิวกระเพาะปลา โชยกลิ่นหอม
เย็นตาโพโอเลี้ยงต้นพยอม  แมลงตอมร่อนบินรสลิ้มเอย

นิราศ บึงฉวาก

สองฝั่งทางฝากฝั่งฉวากเลค  มีปุยเมฆน้อยใหญ่ให้มองหา
ก้อนกลมขาวดั่งหน้าเจ้าลอยมา  สิ่งลวงตาพาเพ้อถึงเธอแล

ปลาทะเลหลากสีดูดีสวย  ตามติดด้วยประการังสีสดใส
บ้างมาจากทะเลอันแสนไกล  สัตว์น้อยใหญ่ไกลบ้านที่จากมา

ดั่งตัวพี่ห่างเหินเผชิญโศก  วิปโยคจิตตรึคะนึงหา
จากเชียงใหม่ไกลน้องพิจิตรา  เหมือนคนบ้าขาดคู่มาดูใจ

เวิ้งน้ำใหญ่ใสกว้างบ้างลึกตื้น เสียงสะอื้นหมู่นกที่ผกผิน
บอกพี่ว่าเจาคิดถึงจึงได้ยิน  ฝากผืนดินบอกเจ้าข้าเหงาใจ

นิราศ เดิมบางนางบวช

ถึงเดิมบางบางคนระคนเหงา  คิดถึงเงาเจ้านั้นวันฟ้าหลัว
ที่สุพรรณสุดเหงาเศร้าและกลัว  ป่านนี้ตัวเธอนั้นทำอะไร

แล่นผ่านบ้านด่านช้างห่างเหินหา ยอดชีวาเจ้าคิดถึงพี่บ้างไหม
เช้าวันนี้เคลิ้มเหงาเปล่าหัวใจ  จากมาไกลเชียงใหม่ไกลสุดตา

เฝ้าคิดถึงรอยจูบรูปและกลิ่น  ระรวยรินอ่อนหวิวกับชิวหา
สองดวงเนตรของเจ้าพิจิตรา  ดุจน้ำค้างหยาดฟ้ามาสู่ดิน

ผ่านทิวทุ่งกว้างใหญ่ไกลสุดแสน  รวงข้าวแทนความคิดถึงคะนึงหา
น้ำท่าจีนแทนรักที่จากมา  สุดเหว่ว้าขาดเจ้าในเงาจันทร์

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นิราศ ทั่วไทย

ถึงสุ 1000 พลันหวลครวญความหลัง   กลิ่นเ้จ้ายังอบอวลไม่จางหาย
แล่นมาจนราชบุรีมีหลักลาย  บ้านโป่งซ้ายขวาขวางบนทางเดิน

หัวหินหาดลาดยาวขาวสวยสด  เห็นน้ำลดชุมพรย้อนวิถี
จวบสุราษฎ์ฟ้าใหม่ไกลบุรี  ถึงกระบี่ตอนสายคลายโศกา

ผ่านเมืองใต้ใหญ่น้อยคล้อยหาเจ้า ขาดทั้งเงาและเสียงเพียงห่างเหิน
คิดถึงเจ้าระคนเหงาต้องเผชิญ  อีกไม่เกิน 2 เพลาพบหน้ากัน

ถึงเดิมบางนางบวชรวดร้าวจิต  ยังครุ่นคิดถึงหน้ามนคนเชียงใหม่
แล่นมาถึงปากน้ำโพโลเลใจ  ยังห่วงใยคนเก่าเร้าอารมณ์

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ถึงเขาหลอกก็เต็มใจให้หลอก

ไม่รู้สิ่งที่เกิดวันนี้กับเธอคนที่งดงามจะเป็นสิ่งใด เมื่อไม่มีความคาดหวังเธอจะหลอกใช้หรือไม่แต่เราเต็มใจกับสิ่งที่เป็นเบื้องหน้า กำลังจะทุบหม้อข้าวหม้อแกงเพื่อยึดเอาความเสี่ยงครั้งสำคัญ ชีวิตปัจจุบันขณะยังทบทวนให้เราสนใจลมหายใจเข้าออก ค่ำคืนวานเป็นสิ่งที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของเราสองคน เมื่อไม่มีความต้องการดังว่า ก็คงสภาพความสัมพันธ์ที่ห่วงหาแต่ไม่อาจนำพามาเป็นคู่ตุนาหงัน แค่วันนี้ได้พูดจาสายตาต้องกันคงเป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยแต่สุขกว่าคำนิยามใดในโลกนี้

เม็ดฝนพรำจำกลิ่นดวงสมร ใจอาวรนอนไม่หลับกระสับส่าย
ยังเห็นเรากางร่มอยู่มิวาย  ต่างสอดส่ายสายตาเพ้อหากัน

แม้ฝนซาลาลับดับกลิ่นเจ้า เปรียบดังเงาจันทราวันฟ้าหม่น
เฝ้าโหยหาใบหน้ารสสุคนธ์ ใจพี่หล่นเพราะยังคิด "พิจิตรา"