มนุษย์สมัยใหม่ใช้ชีวิตและมีแนวคิดในระดับที่เป็นปรากฏการณ์ซะมาก สิ่งใดวูบวาบโลดแล่น ตื่นเต้น กระทบกระเทือนตัวเราในระยะใกล้บ้างไกลบ้างก็ต่างแสดงออกแสดงความรู้สึกตามแต่เครื่องมือที่ตนเองมีหรือเข้าถึงได้ ห่วงโซ๋อาหารทางสังคมได้เปลี่ยนไป สังคมเมืองสังคมชนบท รอยต่อเริ่มจางหายมีลักษณะสุดโต่งคิดไกลกว่าปัจจุบันอยู่มาก บางคนอาจไม่เคยรู้ว่าธรรมชาติกับสังคมเมืองมันจะกระทบส่งผลกันได้มากน้อยเท่าไหร่ก็ต่อเมื่อเจอผลกระทบต่อตัวเองอย่าง อุทกภัยในปีที่แล้ว หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดความสูญเสียจากธรรมชาติ ในรูปแบบต่างๆ ถนนเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่รายได้เป็นกอบเป็นกำ ละทิ้งความถูกต้องเห็นอกเห็นใจ เอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ แต่ถนนชนบทยังมีสิ่งเหล่านี้หลงเหลือให้เห็นบ้าง ดัชนีชี้วัดความสุขของแต่ละคนอาจมี KPI ที่แตกต่างกันตามสถานะ ชนชั้น หน้าตา รายได้ แต่ท้ายสุดของวงจรชีวิตธรรมชาติก็ลงสู่ดินสู่น้ำ เป็นปุ๋ยดินแก่ต้นไม้ใบหญ้ากันทั้งนั้น การเกื้อกูลของสรรพสิ่งมีความสลับซับซ้อนแต่มนุษย์ก็ยังเพิ่มความยากให้กับธรรมชาติสร้างเงื่อนไขมากมายจนวันนี้เราไม่อาจคาดเดาได้ถึงสิ่งที่ธรรมชาติจะปรับสมดุลให้แก่มนุษย์ด้วยโทษทัณฑ์ระดับใด หรือให้เราเกิดความเคยชินต่อการอยู่ร่วมกัน
วันวานน้ำคือผู้สร้าง น้ำน้อยก็เดือดร้อนหิวโหย มีคุณค่า
วันนี้น้ำคือผู้ทำลาย น้ำมากข้าวของเสียหาย ทำลายเศรษฐกิจ ส่วนเกินไร้ค่า
แท้จริงเราเป็นผู้มอง น้ำและทรัพยากรอื่นๆผิดไป...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น