หากการพบเจอความรักหลากหลายรูปแบบพร้อมกับจังหวะชีวิตที่ดำเนินไปกระท่อนกระแท่น พบการสูญเสียและเสียสูญไปบ้างตามการหมุนผ่านของเข็มเวลา การพบพานจากลาเกิดดับเวียนวนซ้ำซากจนชินชากับความสัมพันธ์หากแต่ยังหล่อเลี้ยงด้วยกายหยาบ ยังต้องกิน อยู่บนโลกที่เสพติดทางกาย ทางใจ ด้วยวัตถุ สิ่งของนอกกาย อาหารสำเร็จบ้าง กึ่งสำเร็จบ้างจึงยังต้องรู้สึก สำนึก สำเหนียกต่อความเป็นไปของสังคม ผู้คน ความรัก โลภ โกรธ หลง ชอบ เกลียดชัง ไม่จบสิ้น
ความรักกับมนุษย์มีทฤษฎีรองรับในทางจิตวิทยามากมาย ความต้องการพื้นฐานกับความรักพื้นฐานที่สัญชาติญาณพยายามคัดสรรสิ่งที่เป็นความต่างความดิบเถื่อนออกจากสัตว์ species อื่น ความสลับซับซ้อนและความถี่ของประสบการณ์เท่านั้นเป็นตัวเร่งและdelay ปฎิกิริยาความสัมพันธ์การสนองตอบต่อเหตุการณ์ ความละอาย เกรงกลัวต่อความรัก มากน้อยบ่อยครั้งตามแต่โชคชะตาจะนำพาให้พบเจอ สังคม การนำตัวเองไปผูกติดกับสังคมแบบใดจึงได้พบเจอคนแบบนั้น จึงได้ลองรัก ลองผิดลองถูกกับผู้คนสังคมแบบนั้น จนประสบความสำเร็จได้พัฒนาชีวิตคู่ ไปอีกหลายลำดับขั้นก่อนลาจากโลกนี้ไป แต่สำหรับผู้ไม่สมหวังก็อาจต้องมีปฎิสัมพันธ์ด้านอื่นเข้ามาทดสอบ ไม่มีสิ้นสุดเช่นเดียวกัน ไม่มีใครในโลกนี้สมหวังกับสิ่งที่คิดทั้งหมด มีเพียง1ใน10หรืออาจมากกว่านั้นที่ได้ดั่งหวัง เรื่องความรักก็เฉกเช่นเดียวกัน จึงเป็นธรรมดาของโลกที่ต้องสร้างความแตกต่าง สร้างความหลากหลายให้เกิดแก่มนุษย์ที่ต้องเลือก ต้องละทิ้ง ต้องผูกพัน ต้องลาจาก มากกว่า1ครั้งในชีวิตเสมอๆ
อารยะธรรมของมนุษย์หมุนเปลี่ยนโลก ไปพร้อมๆกับความรัก แรงปรารถนาและกิเลสของมนุษย์ จึงมีคนกล่าวว่าโลกนี้หมุนรอบตัวเองเปลี่ยนคืนวันด้วยความรักและหมุนรอบดวงอาทิตย์เปลี่ยนปีปฎิทินก็ด้วยความรักไปจนกว่าจักรวาลจะดับสูญ เราจึงไม่อาจหนีพ้นเรื่องรักใคร่ไปจนกว่าจะดับละสังขารฉันใดก็ฉันนั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น