วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

Abstract

               "เมื่อจะกระโดดให้สูงขึ้นจำเป็นต้องย่อเข่าเพื่อเพิ่มแรงผลัก"
               การถอยหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวิ่ง เพื่อกระโดดไปข้างหน้าได้ไกลกว่า การหยุดนิ่งเพื่อรอคอยสิ่งต่างๆไหลผ่านเข้ามา การก้าวเดินอย่างช้าๆเพื่อเชยชมกับสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความสวยงามอากาศที่บริสุทธิ์ ขุนเขา ลำธาร แมกไม้ การว่างเปล่าของสรรพสิ่ง การตอกย้ำถึงความผิดพลาด ความยากไร้ทางความคิด ความแตกแยกของอนุภาคที่เคยเป็นปึกแผ่น ความผิดพลาดของพันธุกรรมต้นกำเนิด การไม่สามารถเลือกที่จะวางลงตรงจุดที่ต้องการ การหมุนเวียนของเหตุการณ์ที่ล่อแหลม การไม่รอบคอบต่ออนาคต ความไม่มั่นคงของกาลเวลา จิตใจ การปลดปล่อยพันธนาการแห่งความทุกข์  การมีอยู่ของปัจจุบัน การพลัดพรากจากสิ่งที่เคยเป็นของเรา การเหม่อมองสิ่งที่เคยนึกฝัน การผ่านพ้นสิ่งที่เคยเป็นความจริง  ความไม่พร้ิอมของมนุษย์ การไม่เข้าใจที่มาที่ไปของตัวตน ความภาคภูมิจอมปลอมของคน การแสวงหาสิ่งหลุดพ้นของกิเลส การถือกำเนิดอีกครั้งของตัณหา ความน่าสมเพชของชีวิตผุพัง การไม่ยอมรับความต่างของมนุษย์  การไม่ลดราวาศอกของคน ความเกี่ยวพันโดยบังเอิญของสังคม ความสำเร็จเบื้องต้นที่ไม่มีวันมาถึง ความล้มเหลวบั้นปลายที่รอคอยอยู่ การเติมเต็มที่ไม่มีวันหมด ความเหือดแห้งของธารน้ำใจ การมอบส่งความปรารถนาดี การน้อมรับด้วยความอิ่มเอม

"เมื่อมีสิ่งหนึ่งจึงก่อเกิดอีกสิ่งนึง  เมื่อมีการจึงมีความ เมื่อมีความจึงมีการ สิ่งนั้นเป็นสัจธรรม"

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

รักของ อ. เนาวรัตน์

"ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ การมอบความรัก มันอิ่มเอม และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน"
"ความรัก" จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการถ่ายเทพลังงานอันอ่อนโยนของคนสองคน"
"คนบางคน เหมาะที่จะเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย"
"ความรัก"ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่ง"ความรัก"
ในวันที่ "ความรัก"คงที่ สารกระชุ่มกระชวยงดทำงาน สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ "ความเข้าใจ" ล้วนๆ  (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)

         เมื่่อความผูกพันก่อเกิดความรักความตระหนักรู้ในสิ่งประโลมโลกก็ถือกำเนิดและวนเวียนอีกครั้ง มันก็จะเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่รู้จบสิ้นดับสูญ หากมองมันเป็นสิ่งสวยงามดั่งดอกไม้ช่อใหม่ที่พร้อมผลิบานยามเช้าก็คงงดงามในความรัก หากมองเป็นธนูอาบยาพิษในบั้นปลายแล้วก็คงไม่ต่างกับระเบิกเวลาแห่งรักที่พร้อมจะแหลกสลายหัวใจให้ร้าวรานในวันสิ้นสูญเช่นกัน ในชีวิตคนหนึ่งคนจะเปลี่ยนผ่านความรักได้ซักกี่หน ค่าเฉลี่ยคงไม่ต่างกันแต่ความหนาแน่นและสูงชันคงแตกต่าง ยังคงเป็นคำถามกับรักไม่รู้จบในมนุษย์ต่อไป

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ความสุขต้นทุนต่ำ

                เมื่อก่อนฉันเคยมีความสุขโดยไม่มีมูลค่า แค่เช้าตื่นมาในวัยเยาว์ ตื่นมาพร้อมกับลูกเทนนิส หรือพร้อมกับเครื่องเล่นเกมส์ในเช้าวันหยุด ก็เกิดออร่าความสุขในระดับที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการล้นเหลือ มูลค่าความสุขค่อยๆเพิ่มราคาตามกาลเวลาน่าแปลกใจที่ความสุขของเราหรือของใครๆต่างมีความหลากหลายแต่สิ่งที่เหมือนกันคือช่วงเวลาของความสุขนั้นมักจะเลยผ่านมานานหรือมีเวลาแห่งความสุขเพียงชั่ววูบ ครั้งหนึ่งเคยมีความสุขในวัยรุ่นเพียงไม่กี่ร้อยบาทจากการใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนที่ร่วมสุขทุกข์แชร์ค่าอาหารการกินสุราเมรัย ความสุขค่อยๆลดลงมีสิ่งทดแทนช่วงเวลาแห่งนั้นพื้นที่แห่งนั้นมากมาย บางคนความสุขอาจไม่มีมูลค่าเหมือนเดิม อาจอยู่ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปแต่สิ่งที่โหยหาคือภาพช้าๆสีสดใส ปนยิ้มเหงาๆ
                 ความสุขที่เราคุ้นชิน ความสุขของใครหลายต่อหลายคนคือต้องการให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิมเหมือนที่เคยรู้สึก แต่บางคนอาจไม่ได้อยากให้ทุกสิ่งอย่างเหมือนเดิมแต่แค่บางส่วนที่ขาดหาย หรือบางคนก็ไม่อยากให้อะไรเหมือนเดิมสิ่งเปลี่ยนแปลงวันนี้อาจเป็นความสุขที่สุดกว่า มนุษย์เมื่อผ่านความต้องการเบื้องต้น ก็จะสุขได้ชั่วขณะ เมื่อผ่านความต้องการท่ามกลางก็จะสุขไปอีกระยะเวลาหนึ่ง และสุดท้ายในบั้นปลายเมื่อความต้องการนั้นสมใจก็ยังมีสิ่งที่ยังต้องการอยู่ในขั้นบันไดถัดไปจนกว่าจะตายจากโลกนี้ไป
                 อยากผ่านไปในหมู่บ้าน บ่ายๆมีรถเร่ขายไอติมเปิดเพลงเสียงดังเป็นเมโลดี้ที่เด็กๆในซอยต่างรู้ดีถึงการเตรียมเศษเหรียญเศษสตางค์เท่าที่หาได้ตามหลังทีวีตู้เย็นจากกระเป๋าตังแม่เพื่อแลกมากับความสุขยามบ่ายหน้าร้อน ฉันยังคงคิดถึงสิ่งเหล่านั้น แต่มันเริ่มหายไปเมื่อเติบใหญ่ สุขอย่างอื่นทดแทนในราคาที่แพงมากขึ้น มากขึ้นๆ ตามสถานะสังคม กาลเวลา

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

ดวงจันทร์

อยากจะป็นดวงจันทร์ ที่เธอชอบมองและดูเวลาเหงา...
อยากจะเป็นดวงดาว ที่เธอจ้องมองและดูเวลาเศร้า...
อยากจะเป็นทะเล ให้เธอผ่อนคลายนั่งมองเวลาทุกข์ใจ
อยากจะเป็นเสียงเพลง ที่เธอได้ฟังแล้วรู้สึก...

อยากจะเป็นลิปมัน จะได้มาจูบกับเธอทุกฤดูหนาว
อยากจะเป็นตุ๊กตา ที่เธอชอบกอดก่อนนอนและหลับฝันดี
อยากเป็นกล่องของขวัญ ให้เธอตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอกัน...
อยากจะเป็นละคร ที่เธอชอบดูและร้องไห้

แต่ฉันจะไม่เป็นตัวเอง... เพราะเธอไม่ต้องการ...

              การเปรียบเปรยถึงแรงปรารถนาที่จะมอบสิ่งดีๆแก่ใครซักคน อยากเป็นนั่นนู้นนี่เพื่อตอบสนองอยากให้เธอชอบแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นตัวเองเพราะหล่อนไม่ได้ต้องการ น่าสงสารแต่แฝงไปด้วยความประชดประชัน เป็นอีกงานใหม่ของวงที่ชื่อคือมนุษย์ที่แปลกแยกพิสดารผิดชาวบ้านที่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวฝ่าฟันกระแสเพลงต่างๆตั้งแต่เทป ซีดี จนมาเป็นยุคดาวน์โหลดแต่ก็ยังมีกลุ่มคนฟังติดตามและชื่นชอบอยู่ไม่น้อย PARADOX ชื่อนี้คงคุ้นหูมีหลายเพลงที่สามารถเล่นกีตาร์วงนี้ได้โดยไม่ขัดเขินและชิวสมูทที่สุดในบรรดาวงร็อครุ่นไล่เรี่ยกัน ทั้ง ฤดูร้อน ดาว ขอ sexy LOVE หรือเพลงที่ร่วมร้องและแต่งให้ศิลปินคนอื่นๆ เช่น ทะเลสีดำ Cry Cry Cry ส่วนตัวชื่นชอบคุณต้าร์ ที่เป็นทั้งคนร้องและประพันธ์ อีกหนึ่งวงคุณภาพที่เติบโตมาพร้อมกับการเสพดนตรีอย่างเข้าถึงเข้าเ้ส้นในยุคผม ยุคน้องเปิ้ลน่ารัก mp3 แผ่นรวมที่ผมยังจำได้โหลดขายกันในค่ายทหารตำรวจอย่างโจ๋มครึ่ม เปิดกับเครื่องเล่นที่รุ่นนั้นมีไม่กี่บ้านที่มี เพราะพ่อผมบ้าเกะ และขี้เหล้าเราจึงมีเครื่องเล่นนี้ก่อนบ้านอื่นๆในละแวกนั้นไปโดยปริยาย หลายปีที่ชีวิตผ่านแต่ความทรงจำยังอยู่ในหมู่บ้านหน้าค่าย และคงอยู่ตลอดไป แม้ว่าทุกอย่างจะแตกสลายแยกย้ายไปตามกาลเวลา

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

คนบ้า

             มีบทเพลงของวงตำนานเพื่อชีวิต คาราบาวที่ได้ยินมานานนมแต่ไม่ยักกะเคยฟังให้ได้ความหมายถ่องแท้ที่เล่าถึงคนบ้าในบ้านหลังคาแดงกับเชาว์ปัญญาที่ไม่ได้มืดบอดตามสติที่ไม่มีสตางค์

             แล้วมาวันหนึ่ง ถึงเวลาเย็น ฉันไปเดินเล่น เกาะลูกกรงรั้ว เห็นรถยางแตก กับหญิงสาวขี้กลัว ฉันยืนยิ้มที่ริมรั้ว ดูเธอเปลี่ยนล้อยาง (ยางมันแตก) เธอลนเธอลานพลั้งเผลอ เตะน็อตตกท่อ ก็เหลือแต่ล้อเปลี่ยนล้อ ขาดน็อตยึดแน่น จากความวิตกหวาดหวั่น กลายเป็นความแค้น เสียงตวาดแหว๋น เสียงดังแปร๋นแปร๋น แค้นที่มองหน้า ยิ้มทำไมไอ้คนบ้า

ฉันเป็นคนบ้า เพราะว่าสติไม่ดี ไม่ใช่คนไม่ดี ฉันมีสติไม่ดี ฉันเป็นคนบ้า ไม่ใช่คนไม่ดี ฉันสติไม่ดี ฉันเป็นคนบ้า บ้ายังช่วยบอก ให้เธอใจเย็น น็อตที่ฉันเห็น ยังมีอีกตั้งสามล้อ ถอดมาล้อละตัว มาใส่แล้วก็ไปต่อ เสียงเธอก็ร้องอ๋อ...ก็ไหนว่าเป็นคนบ้า

บ้าก็บ้าซิวะ ถึงจะบ้าแต่ว่าไม่โง่...


               การเล่าเรื่องตามบทเพลงแฝงแง่คิดของสิ่งที่คนในสังคม คิดถึงแต่เรื่องของตัวเองกับชีวิตที่วุ่นวายมองข้ามสิ่งเล็กน้อย จุดใต้ตำตอที่สะท้อนถึงซากปรักหักพังของสังคมนิยมวัตถุคอมมิวนิสต์ถูกกลืนกินไปตามการขยายขอบเขตของเมืองใหญ่ การร้อยเรียงเรื่องราวทำได้เข้าถึงคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยไม่ยากเย็น อีกหนึ่งคนที่อยากพูดถึงคือแสตมป์ นักร้องนักแต่งเพลงรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในการใช้ภาษามีแรงบันดาลใจจากกีตาร์ตัวเล็กๆ มีIdol เหมือนกับผมคือ ปู พงษ์สิทธิ์ ไม่ว่างานเพลงจะผ่านกาลเวลายุคสมัยก็ยังคงความอมตะไพเราะอยู่เช่นนั้น กำลังจะพูดถึงเพลงความคิด และอีกหลายต่อหลายเพลงทั้งที่เป็นบทบาทเบื้องหลังและเบื้องหน้าให้กับศิลปินชื่อดังมากมายกับรางวัลการันตีจากสีสีนอวอร์ด จากคนฟังเพลงที่เคี่ยวกรำกันมาถือว่าเป็นต้นแบบให้คนที่ชอบในเพลง ชอบในการเล่นดนตรีได้เจริญรอยตาม จินตนาการกับภาษา อารยธรรม ความคิดสร้างสรรค์ผนวกรวม แต่สุดท้ายก็คือความชอบ ความกล้า ความบ้าที่มีให้กับสิ่งที่เรารัก และแรงบันดาลใจจากคนที่รักเราซักคนก็คงเพียงพอ

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

ขบถหัวใจ

            การต่างตอบแทนในรูปแบบที่ยุคสมัยเปลี่ยนไป การย้อมสีความคิดให้ผู้คนคล้อยตามและเลือกข้างในสิ่งที่ถูกต้องนั้นยากเข็ญขึ้นทุกวัน การถูกมองว่าเป็นปฎิปักษ์ต่อความคิด อคติชนในสังคมร้าวลึกขึ้นในทุกหย่อมหญ้าที่เหี่ยวเฉา วิจารณญาณถูกท้าทายสะท้อนการต่อเนื่องและคุณภาพการศึกษา การที่มีผู้คนกลุ่มหนึ่งออกมากล้าหาญต่อแนวคิดวิชาการไม่ยึดผลประโยชน์ต่อการสืบเนื่องของอำนาจการเปลี่ยนแปลงก็ควรยกย่องนับถือ มุมมองจากคนธรรมดา จากผู้มีส่วนได้เสีย จากคนในสังคมชั้นสูง ผู้เห็นอารยธรรมต่างชาติกว้างใหญ่ มีความบอบบางระหว่างตะวันตกและตะวันออกอย่างมีนัยยะ หรืออาจเรียกว่า ขบถ ในที่นี้ถูกขนานนามผู้ที่ซึ่งทำการต่อต้านสิ่งที่เป็นอารยะ แต่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่สากลต้องยอมเจ็บเนื้อร้อนใจ หากจะก้าวต่อไปในเส้นทางกำลังใจความหวัง ในชีวิตที่เกิดมาตายครั้งเดียวก็น่าคิดจะสนับสนุน หากอยู่บนร่องรอยของสติและประโยชน์ในส่วนรวม

            ขบถหลวงกลางกรุงมุ่งใฝ่ฝัน  เงยหน้าบังแดดแสงแรงรังสี
            ต้องตาแสบปวดร้าวราวคาวี   ถูกขยี้คมหอกจนตรอกมา

            โซซัดเซเรรวนชวนให้หลง  บาดแผลใจยังคงตรงวิถี
            จะแปรภักปลดปลงคงไม่ดี  ให้ถึงที่เพลามาจัดแจง

 

การเดินทางที่แสนพิเศษ

                บางคนเปรียบชีวิตดั่งการเดินทางบ้างก็ว่าเหมือนเรือลำน้อยใน มหานทีที่กว้างใหญ่ บ้างก็ว่าเหมือนนกน้อยตัวจ้อยล่องลอยไปในนภากาศ แล้วแต่การเปรียบเปรยของแต่ละคน หากเลือกที่จะสุขนิยมมองเชิงบวกก็คงเปรียบชีวิตเหมือนการเดินทางไกลชั่วคราวสองหมื่นกว่าวันที่เราอาจหลงลืม เมื่อถึงช่วงเวลาหมื่นกว่าๆอาจจะเริ่มมีการทบทวนถึงการทำเพื่อตัวเองน้อยลงเืพื่อคนรอบๆข้างมากขึ้น อาจไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับการเดินทางไกลครั้งสุดท้ายของแต่ละคน ความสำเร็จในเบื้องต้น ท่ามกลางบั้นปลาย ความผิดหวัง เสียใจ สูญเสียเสียศูนย์เกิดขึ้นวนเวียนตลอดการย่างกรายเดินออกมาจากท้องแม่ วันแรกจนวันที่ตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงโดยรอบของแต่ละคนก็ช้าเร็วเนิ่นนานต่างกัน
                 เปรียบความรักกับการเดินทางและนาฬิกาของชีวิตคงเปรียบเสมือนเข็มนาทีบนหน้าปัดที่อาจไม่ได้เดินตลอดทุกวินาทีแต่ ไม่ว่าเราจะเงยหน้ามองนาฬิกาหัวใจครั้งใดมันก็ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่ ณ ที่แห่งเดิม หากมันยังคงหมุนวนตามเข็มวินาที ที่บางคนเปรียบมันเป็นชีพจร  ส่วนเข็มสั้นที่นานๆจะกระดิกทีคงเปรียบเหมือนการเป็นอยู่โดยรวมที่เราเองต่างตอบสนองด้วยการนำพาร่างกายและจิตใจไขว่คว้าเพื่อให้เวลาชีวิต หัวใจ ความรักของเราเดินไป จนสุดท้ายที่ถ่านนาฬิกาหมดลงชีวิตทุกอย่างที่เราเคยเปรียบเปรยก็คงหยุดตามไป นาฬิกาของเรายังคงหมุนไปพร้อมกับหลายๆคน บางจังหวะเราเคยเดินตรงกัน เราเคยมีช่วงเวลามีเข็มยาวที่ตรงกัน และปรับจูนเพื่อให้ไปตรงกับใครอีกหลายคน จนรู้สึกว่าเวลาที่เราหมุนพร้อมกันมันนิ่งพอที่ชีวิตจะหยุดลงและ นาฬิกาของเราก็กลายเป็นเืรือนเดียวกัน วันนั้น วันที่เราจะเลิกคิดถึงการเปลี่ยนแปลงอีกระยะหนึ่งหรือนานแสนนาน ท่ามกลางการเดินทางที่แสนพิเศษ อีกครั้ง