มุ่งสมาธิสู่ความกดดันทางวิชาการและอารมณ์ผิดพลาดต้องเร่งแก้ไขไม่มีข้อโต้แย้งเรื่องเวลาใดๆอีกเหนือสิ่งที่เราคิดฝันมันเป็นไปได้เสมอ และต้องเผื่อใจกับหวังเล็กๆที่สอดประสานกันร้อยเรียงจนก่อเกิดสิ่งต่างๆที่ทำให้เราต้องกลับมาแก้ไข เข้าใจกระบวนการแล้วจะผ่านมันไป พักผ่อนและกลับมาสู่ชีวิตมนุษย์ค้างคาวที่ต้องจัดการกับสิ่งสุดท้ายให้เสร็จก่อนสอบ ถอนหายใจแต่ต้องเดินต่อในเส้นทางสุดท้ายของสิ่งที่หวังระดับปานกลาง
ความลุ่มหลงในสิ่งสมมติเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างประหลาดไม่อาจคาดเดาฉากต่อไปขอเพียงใจสุขล้นที่สองคนได้พักพิงในความสัมพันธ์ซ่อนเร้นก็เป็นสุขเหนือคำนิยามใดในผืนปฐพีที่เหยียบย่ำ
เหมือนว่างเปล่าแต่เธอได้เข้ามาอยู่ในโสตส่วนของร่างและจิตฉัน เหมือนฝันแต่งดงาม
มองไปที่ฟ้าไกลที่ดวงดาวคู่นั้นดวงตาของฉันเฝ้ามอง แสงที่เธอสัมผัสเชื่อมความคิดของเราให้ถึงกัน
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
ปัจจุบันคือคำตอบของอดีต
สัปดาห์แห่งการจัดการและเดินทางไปประสานสิ่งต่างๆให้ เข้าที่ก่อนจากลาพันธนาการออกสู่อิสรภาพทางชีวิตความคิดและวิญญาณ สิ่งที่เป็นพลวัตยังดำเนินไปอย่างช้าๆแต่เป้าหมายชัด เริ่มพูดคุยถึงวันพรุ่งนี้ไกลๆผองเพื่อนมิตรสหายนัดหมายเรามาเพื่อปรับทุกข์ ปลอบโยนถึงฝันรำไรที่ใกล้เข้ามาทุกวันที่หลับตื่น เมรัยสีอำพันขับกล่อมดนตรีสากลสมัยใหม่ ผู้คนหลากเพศ จบลงที่การหลับไหล สลึมสะลือตื่นมากับอาการงงเหล้าเคล้าความง่วง อีกเย็นที่ยืนหยัดกับชีวิตเมรัย ไอฝน ระคนกันไป เป็นความสุขที่เรียบง่ายของชายวัยเกือบกลางคน
คงย่ำเดินอยู่บนผืนดินประเทศเชียงใหม่ต่อไปอีกนานเท่านานจนการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะมาเยือน อนาคตมองเห็นแต่จะชัดเจนเพียงใดต้องรอคำตอบจาดจิตไร้สำนึกควบคู่แรงบันดาลใจ ใหม่ๆ และสิ่งที่ฉันเป็น
คืนเศร้าคืนเหงาคืนโสด ได้โปรดยื่นมือให้ฉัน
เกาะเกี่ยวเลี้ยวเลาะเกาะกัน ร่วมฝันวันนั้นที่รอ
ฉันรอฉันท้อฉันไหว แสงไฟแสงดาวพราวแสง
ทุกวันมีเธอเป็นแรง โปรดอย่าอับแสงโรยรา
ฝนกลาง ลมหนาวดาวหาย กลับกลายคล้ายรักเสน่หา
หยาดผนงามกว่าดวงดารา สาย ตาฉันยากละเลย
อยากมีเธอไว้ให้นาน เนิ่น แต่หากเกินกำลังความฝัน
เราพบเราเจอหน้ากัน เหมือน ฝันเท่านั้นฉันพอ
นิราศกลางไอฝน by Jadenathee
คงย่ำเดินอยู่บนผืนดินประเทศเชียงใหม่ต่อไปอีกนานเท่านานจนการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะมาเยือน อนาคตมองเห็นแต่จะชัดเจนเพียงใดต้องรอคำตอบจาดจิตไร้สำนึกควบคู่แรงบันดาลใจ ใหม่ๆ และสิ่งที่ฉันเป็น
คืนเศร้าคืนเหงาคืนโสด ได้โปรดยื่นมือให้ฉัน
เกาะเกี่ยวเลี้ยวเลาะเกาะกัน ร่วมฝันวันนั้นที่รอ
ฉันรอฉันท้อฉันไหว แสงไฟแสงดาวพราวแสง
ทุกวันมีเธอเป็นแรง โปรดอย่าอับแสงโรยรา
ฝนกลาง ลมหนาวดาวหาย กลับกลายคล้ายรักเสน่หา
หยาดผนงามกว่าดวงดารา สาย ตาฉันยากละเลย
อยากมีเธอไว้ให้นาน เนิ่น แต่หากเกินกำลังความฝัน
เราพบเราเจอหน้ากัน เหมือน ฝันเท่านั้นฉันพอ
นิราศกลางไอฝน by Jadenathee
วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554
ยิ่งกว้างกลับแคบ
ความลุ่มลึกในโลกมันแปรเปลี่ยน สิ่งที่เสพกับข้อมูลผ่านจอสีที่มีเกือบทุกบ้านมันมากมายหลากหลายยากการกลั่นกรอง ยิ่งเราเข้าใกล้สิ่งสนใจในเชิงกว้างและลึกมากเท่าไร สิ่งสนใจเปลี่ยนชนิดกันไปไม่มีขอบเขตแต่กลับแยกย้ายเป็นลักษณะกลุ่ม ความสนใจเดียวกัน เข้ากลุ่มเดียวกัน มุ่งสู่สิ่งที่ตนเองชื่นชอบไร้เหตุผลคนรอบข้าง เหตุที่ชาวเราส่วนใหญ่กลับหลงกระแสรคิดแต่เรื่องใกล้ตัวที่เฃื่อมโยงและส่งผลต่อตนเองขาดจิตวิญญาณในสาธารณะ เพราะบัณฑิตมุ่งหน้าสู่ความอยากที่เป็นฟันเฟืองต่อเนื่องไปสู่ทุนนิยม สิ่งสะท้อนจากข้อความในสังสมออนไลน์ในเวลาวิกฤต ชี้ให้เห็นร่องรอยบางอย่างที่คนสมัยนี้ขาดหายไปจากอดีต ความแคบในมิติสังคม สิ่งบีบคั้นยิ่งมากเท่าไร ตัวเราและคนรอบข้างก็เล็กลงเท่านั้น "เมื่อไรม็อบจะกลับชั้นอยากเดินห้างจะแย่แล้ว" บอกอะไรบางอย่างที่สังคมออนไลน์และความคิดของวัยรุ่นตกขอบ
ในโลกที่เลือกข้างเสพสื่อตามใจฉันมันก็ยากที่จะปรับความคิดคนที่โลกมีแต่สีสันให้ตาบอดสี
คุณภาพคนและสังคมของบุญรอด ต้องก่อเกิดจากจุดเล็กที่สุขแท้ด้วยปัญญาก่อนจึงจะแพร่กระจายสู่องค์รวมใหญ่ ยากนักแต่เริ่มที่เราก่อนได้นะท่าน
ในโลกที่เลือกข้างเสพสื่อตามใจฉันมันก็ยากที่จะปรับความคิดคนที่โลกมีแต่สีสันให้ตาบอดสี
คุณภาพคนและสังคมของบุญรอด ต้องก่อเกิดจากจุดเล็กที่สุขแท้ด้วยปัญญาก่อนจึงจะแพร่กระจายสู่องค์รวมใหญ่ ยากนักแต่เริ่มที่เราก่อนได้นะท่าน
Need you now
It's a quarter after one, im all alone and I need you now
ค่ำคืนที่อ่อนล้าด้วยความสุขบั่นทอนความสดใสของร่างกาย แต่จิตใจแอบโหยหาความสะท้านของอารมณืเสี้ยวของผิวกายที่ปะทะแนบอิงชิดกัน บอกกับตัวสีดำในจิตว่าควรเว้นระยะห่างของตัณหาไว้บ้าง เพราะเกิดเสพติดสิ่งนี้เข้าให้มากจะกลับกลายเป็นปีศาจดังเก่า ไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามา ชีวาก็จะไม่กลับกลาย กิเลสที่หอมหวานถูกสกัดด้วยกรอบของเวลาและสถานะที่เป็นจริง กำแพงนั้นยังคงอยู่แต่ ก็ไม่อาจขวางกั้นความสุขหลังกำแพงดำมืดนั่นได้ อยากให้รู้ว่าฉันต้องการเธอตอนนี้ แต่อาจมีมิติเวลาทับซ้อน
เคียงคู่เคล้าคลอหยอกล้อลุ่มหลง เคลื่อนกายปลดปลงซบลงเอนกาย
ร้อนร่างเล่นลิ้นคลายสิ้นความหมาย เมื่อสองร่างกายกอดก่ายผสานกัน
โอนอ่อนผ่อนเร่ง เคล้าเพลงลมหนาว สิ้นเหงาเร้ากาย ใจคลายอาดูร
คืนวานผ่านสุข ปลดทุกข์ทั้งสอง วันนี้เมียงมอง คิดถึงสองกายา
Erotic time by Jadenathee
ค่ำคืนที่อ่อนล้าด้วยความสุขบั่นทอนความสดใสของร่างกาย แต่จิตใจแอบโหยหาความสะท้านของอารมณืเสี้ยวของผิวกายที่ปะทะแนบอิงชิดกัน บอกกับตัวสีดำในจิตว่าควรเว้นระยะห่างของตัณหาไว้บ้าง เพราะเกิดเสพติดสิ่งนี้เข้าให้มากจะกลับกลายเป็นปีศาจดังเก่า ไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามา ชีวาก็จะไม่กลับกลาย กิเลสที่หอมหวานถูกสกัดด้วยกรอบของเวลาและสถานะที่เป็นจริง กำแพงนั้นยังคงอยู่แต่ ก็ไม่อาจขวางกั้นความสุขหลังกำแพงดำมืดนั่นได้ อยากให้รู้ว่าฉันต้องการเธอตอนนี้ แต่อาจมีมิติเวลาทับซ้อน
เคียงคู่เคล้าคลอหยอกล้อลุ่มหลง เคลื่อนกายปลดปลงซบลงเอนกาย
ร้อนร่างเล่นลิ้นคลายสิ้นความหมาย เมื่อสองร่างกายกอดก่ายผสานกัน
โอนอ่อนผ่อนเร่ง เคล้าเพลงลมหนาว สิ้นเหงาเร้ากาย ใจคลายอาดูร
คืนวานผ่านสุข ปลดทุกข์ทั้งสอง วันนี้เมียงมอง คิดถึงสองกายา
Erotic time by Jadenathee
วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554
สุข-ทุกข์ Average
เช้าตื่นเมื่อยล้ากับอาการหนักนานบ่อย จากรสของอิสตรี ความสุขที่ก่อเกิดตามระยะเวลามีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันก็เป็นอย่างนี้ เมื่อความปรารถนาเที่ยงตรงต่อกันก็เหมือนน้ำมันกับไฟ ลุกลามเผาผลาญสิ่งรอบข้างให้สาบสูญ เหลือเพียงโลกฝันที่เรามโนขึ้นจากสิ่งคุ้นเคย ความหยาบของสุขไม่อาจชั่งน้ำหนักมวลตามแต่ละจิตนึกคิด มันมากมายและล้นเหลือสำหรับ คนเหลือจากร่องรอยอดีตและความมืดในอนาคตภาพ ถ้ายังรู้สึกและสันโดษในอิสรภาพก็ยาวนานพอที่จะคงสภาพความสัมพันธ์แบบนี้ไปจนวันสุดท้ายของการจากลา
ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวิถีมนุษย์ปุถุชน นึกย้อนกลับไปไม่ได้เป็นแค่เราหรือเขาในเชิงเปรียบเทียบ แต่มันฝังลึกลงในแรงตัณหาที่ทุกผู้ทุกนามปรารถนา แต่รอเพียงโอกาสและเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ที่จะนำระเบิดวลาออกมาเข่นฆ่าความดีที่ปะปนเหมือนอากาศธาตุรอบกาย
ถ้าความสุขกับทุกข์ เฉลี่ยกันได้จริงคงจะได้เห็นโลกสีฟ้าเข้มมากกว่าที่เป็นอยู่ อารมณ์ทำร้ายเหตุการณ์ก่อเกิดผลกระทบต่อคนข้างกาย สุดท้ายกรรมตกอยู่ที่พรุ่งนี้กับภาพสะท้อนที่เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุและผล วกวนเวียนอยู่อย่างเดิม
เวลาชีวิตได้เดินช้าๆไปสู่กระแสเชี่ยวของธารน้ำที่แยกตามร่องน้ำของตน ใสขุ่นแรงอ่อนย้อนไหลกลับตามแต่ ใจ เมื่อใดที่ความสงบมาเยี่ยมเยือน กระแสธาราคงแน่นิ่งมองเห็นเงาของตนเองชัดเจน เมื่อนั้นคงเกิด อภิญญาญาณรู้ชั่วดีเห็นผีปีศาจในร่างกายหยาบของตนซักที
จิตมีเพียงใคร่ไม่ได้รัก แต่ฉไนจิตหักเหหวล
วกคิดถึงแต่สิ่งเรรวน ทบทวนหนหลังที่จากมา
คืนสุขทุกข์ผ่านมานานเนิ่น กายย่างเดินปลิวไหวตามใจอ่อน
ผ่านเมืองเล็กสู่เมืองใหญ่ใจอาวร ถึงบังอรซ่อนรักสลักใจ
ความมุ่งหมายหลีกไกลในกระแส รอเพียงแค่เศษใจไว้เกื้อหนุน
ได้พานพบซบไซร์ในกายคุณ คงอบอุ่นอณูใจไกลหนาวเอย
ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวิถีมนุษย์ปุถุชน นึกย้อนกลับไปไม่ได้เป็นแค่เราหรือเขาในเชิงเปรียบเทียบ แต่มันฝังลึกลงในแรงตัณหาที่ทุกผู้ทุกนามปรารถนา แต่รอเพียงโอกาสและเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ที่จะนำระเบิดวลาออกมาเข่นฆ่าความดีที่ปะปนเหมือนอากาศธาตุรอบกาย
ถ้าความสุขกับทุกข์ เฉลี่ยกันได้จริงคงจะได้เห็นโลกสีฟ้าเข้มมากกว่าที่เป็นอยู่ อารมณ์ทำร้ายเหตุการณ์ก่อเกิดผลกระทบต่อคนข้างกาย สุดท้ายกรรมตกอยู่ที่พรุ่งนี้กับภาพสะท้อนที่เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุและผล วกวนเวียนอยู่อย่างเดิม
เวลาชีวิตได้เดินช้าๆไปสู่กระแสเชี่ยวของธารน้ำที่แยกตามร่องน้ำของตน ใสขุ่นแรงอ่อนย้อนไหลกลับตามแต่ ใจ เมื่อใดที่ความสงบมาเยี่ยมเยือน กระแสธาราคงแน่นิ่งมองเห็นเงาของตนเองชัดเจน เมื่อนั้นคงเกิด อภิญญาญาณรู้ชั่วดีเห็นผีปีศาจในร่างกายหยาบของตนซักที
จิตมีเพียงใคร่ไม่ได้รัก แต่ฉไนจิตหักเหหวล
วกคิดถึงแต่สิ่งเรรวน ทบทวนหนหลังที่จากมา
คืนสุขทุกข์ผ่านมานานเนิ่น กายย่างเดินปลิวไหวตามใจอ่อน
ผ่านเมืองเล็กสู่เมืองใหญ่ใจอาวร ถึงบังอรซ่อนรักสลักใจ
ความมุ่งหมายหลีกไกลในกระแส รอเพียงแค่เศษใจไว้เกื้อหนุน
ได้พานพบซบไซร์ในกายคุณ คงอบอุ่นอณูใจไกลหนาวเอย
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554
Rum 40 vol.
สุราใสในขวดทรงฝรั่ง ร้อนผ่าวในเรือนกาย อ้อย ข้าวโพดที่คลุกรุ่นอยู่ในเนื้อในตัวไม่ได้ดอมดมกลิ่นรส เหตุเพราะความเย็นชาของกายหยาบ อีกหนึ่งความสุขที่หากินได้ง่ายดายกับสหายสุรามหาบัณฑิตทั้งหลายแหล่ อีกไม่ถึงสองเดือนเราคงต้องแยกย้ายกันตามความฝัน เพื่อนเอยขอให้พบเจอแต่สิ่งดี นนตัวเล็กไปไกลถึงปารีส มึงคงต้องปรับตัวเพื่อพิสูจน์ตัวตนอีกหลายเดือน หนึ่งผอมคงเตร็ดเตร่แถว ม. เกษตรบางเขนอยู่ใกล้พ่อมึงก็เยี่ยม ที่เหลือคงกระจัดกระจายอยู่แถบเชียงใหม่ ไร้การรวมกลุ่มแบบเดิมที่คุ้นเคย งานเลี้ยงที่ยาวนานใกล้เวลาเลิกจริงๆซักที
เช้าแห่งการทำตามหัวจิตหัวใจที่แห้งแล้ง เย็นย่ำคงฟื้นคืนกลับมาพร้อมกับสายฝนที่งดงามความสัมพันธ์ไร้ระเบียบก่อตัวช้าๆล้ำลึกเกินคำอธิบาย เราไม่สงสัยในตัวตนของกันและกันทำให้ความสัมพันธ์รุดหน้าเหมือนนานแต่เพิ่งผ่านชั่วขณะ อย่าได้ถามถึงอนาคตเพราะคนคนนี้ไม่มีให้นอกเหนือจากความสุขที่เราต่างรู้ แม้จะผูกติดกับครรลองที่แม่และพี่สาวต้องการให้เป็น แต่มันโดดเดี่ยวโลดโผนเกินความเป็นจริงของสังคม ขอเวลาที่ต้องปรับตัวและใจเข้ากับ สังคมโลเล แล้วจะกลับเข้าสู่เส้นทางดุษฎีตามที่แม่และพี่สาวหวังใจ
สุดท้ายก็หลีกหนีชีวิตวิชาการ ท่ามกลางอารมณ์ศิลป์ไม่พ้น ขัดแย้งแต่ก็ทำให้มันงดงามได้ด้วยตัวเรา
มีคนเคยบอกว่าเมาเหล้ายังดีกว่าเมารักถ้าจะจริง
เพราะ"อาการแฮงค์" หายง่ายกว่า "อาการเฮิร์ท"
เช้าแห่งการทำตามหัวจิตหัวใจที่แห้งแล้ง เย็นย่ำคงฟื้นคืนกลับมาพร้อมกับสายฝนที่งดงามความสัมพันธ์ไร้ระเบียบก่อตัวช้าๆล้ำลึกเกินคำอธิบาย เราไม่สงสัยในตัวตนของกันและกันทำให้ความสัมพันธ์รุดหน้าเหมือนนานแต่เพิ่งผ่านชั่วขณะ อย่าได้ถามถึงอนาคตเพราะคนคนนี้ไม่มีให้นอกเหนือจากความสุขที่เราต่างรู้ แม้จะผูกติดกับครรลองที่แม่และพี่สาวต้องการให้เป็น แต่มันโดดเดี่ยวโลดโผนเกินความเป็นจริงของสังคม ขอเวลาที่ต้องปรับตัวและใจเข้ากับ สังคมโลเล แล้วจะกลับเข้าสู่เส้นทางดุษฎีตามที่แม่และพี่สาวหวังใจ
สุดท้ายก็หลีกหนีชีวิตวิชาการ ท่ามกลางอารมณ์ศิลป์ไม่พ้น ขัดแย้งแต่ก็ทำให้มันงดงามได้ด้วยตัวเรา
มีคนเคยบอกว่าเมาเหล้ายังดีกว่าเมารักถ้าจะจริง
เพราะ"อาการแฮงค์" หายง่ายกว่า "อาการเฮิร์ท"
วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554
สุญญากาศทางอารมณ์
สภาพไร้น้ำหนักทางการรับรู้การได้ยินการมองเห็น ส่งผ่านถึงความรู้สึกนึกคิด ไร้น้ำหนักในการรับสัมผัส ควบแน่นด้วยความอ่อนล้าทางจิตใจ พลังชีวิตในแรกจันทร์ทำงานกลับทำให้ร่างกายและจิตใจฉงนสงสัยในการรู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่ ผ่านกาลเวลา 1 ปีที่ผ่านพ้นวันเวลาเดียวกันนี้เมื่อศักราชที่แล้วยังคงเหยียบย่ำอยู่บนพื้นน้ำแข็งในปักกิ่งที่เหน็บหนาว ผ่านพ้นปีเต็มที่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตภาพที่น่ากลัวสูงชัน นับวันสอบเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนแปลงสังคมการทำงานอีกหน ความเสี่ยงและความมั่นคงในชีวิตไม่มี แค่เกิดมาเป็นมนุษย์ก็บุญโข แต่ก็เสี่ยงอย่างมหันต์ ไม่มีสิ่งท้าทายในโลกบาลแห่งหนนี้เสียแล้ว ฉันได้เหยียบย่ำความเป็นตัวเป็นตนบนวิญญาณต่างๆเกือบหมดสิ้น สิ่งที่มนุษย์ใฝ่หาฉันมีความคำนึงนั้นมากพอจนลดระดับ ความว่างเปล่าและปลงตกประทุเชื้อมานานนม ก่อสภาพความไม่อยากได้ใคร่มีอันเป็นหนามแหลมทิ่มแทงแรงบันดาลใจใฝ่สร้างสรรค์ของชีวิตหนึ่ง
เปลือกตาที่ริบหรี่มองหาความแจ่มใสในแววตาได้ยากยิ่ง เดินหน้าต่อไปในชีวิตที่ต้องไปต่อ หากหยุดหายใจสิ้นลมปรานก็เกียจคร้านความเป็นมนุษย์ จะเงยหน้ารับแสงตะวันได้อย่างไร ไม่อายสรรพสัตว์ที่โหยหิวอยู่เบื้องล่างบ้างหรือ
สัญญาณชีพในชีพจรแผ่วเบาบอกกับตัวเองว่า อีกเดือนกับช่วงรอยต่อของอารมณ์ สังคม และความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์
เวลา วารี วาจา และโอกาส ไม่มีทางย้อนกลับมาหาคนเขลา
ฉันจะคิดถึงสิ่งที่ทำให้เป็นสุขต่อตัวและหัวใจ ในเบื้องหน้าและปัจจุบันขณะ ของฉัน นั่นคือฉันคิดถึงแต่เธอ
เปลือกตาที่ริบหรี่มองหาความแจ่มใสในแววตาได้ยากยิ่ง เดินหน้าต่อไปในชีวิตที่ต้องไปต่อ หากหยุดหายใจสิ้นลมปรานก็เกียจคร้านความเป็นมนุษย์ จะเงยหน้ารับแสงตะวันได้อย่างไร ไม่อายสรรพสัตว์ที่โหยหิวอยู่เบื้องล่างบ้างหรือ
สัญญาณชีพในชีพจรแผ่วเบาบอกกับตัวเองว่า อีกเดือนกับช่วงรอยต่อของอารมณ์ สังคม และความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์
เวลา วารี วาจา และโอกาส ไม่มีทางย้อนกลับมาหาคนเขลา
ฉันจะคิดถึงสิ่งที่ทำให้เป็นสุขต่อตัวและหัวใจ ในเบื้องหน้าและปัจจุบันขณะ ของฉัน นั่นคือฉันคิดถึงแต่เธอ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)