วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

วัตถุนิยม หรือ นิยมวัตถุ

วันที่ชีวิตเดินทางมาไกลพลัดหลงจากสิ่งที่เคยยึดมั่นยึดเหนี่ยวรั้งดึงเอาไว้ วันที่ผ่านประสบการณ์การมีอยู่ ตั้งอยู่เกิดขึ้นแล้วเฉยเมยต่อการเปลี่ยนแปลงนานเข้า การมองโลกทุนนิยม การเลี้ยงดูผ่านกระบวนการที่สังคมต้องทบทวนถึงความผิดพลาดที่ปลูกฝังสู่กระแสเลือดหนุ่มสาววัยเรียน วัยทำงานจนถึงวัยผู้ใหญ่ การมองสังคมเชิงเปรียบเทียบ เชิงปริมาณที่เราเองต่างก็หลงทางกับความไม่พร้อม กับสังคมที่ตราหน้าผู้ที่มีวัตถุเหนือคนรอบข้าง ตั้งแต่วันที่ละทิ้งทุกอย่างไว้ที่บ้าน ไม่ยึดติดผูกตัวเองกับวัตถุเหล่านั้นก็พบกับความสบายที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ต้องห่วงกังวลกับการรักษา หวงแหน หรือรู้สึกครอบครองสิ่งที่ไม่มีชีวิตให้เป็นทุกข์กับการดำรงอยู่ อาจดูเหมือนคนไม่มีอะไรแต่ใครจะรับรู้การเปลี่ยนผ่านเหล่านั้นและเหตุผลมากมายที่ทิ้งทุกอย่างจากมาใช้ชีวิตลำพังตัวเปล่าไร้ต้นทุนชีวิตที่เป็นวัตถุ ปี2549 หลังจากเรียนจบได้ตัดสินใจมีรถยนต์คันแรกเป็นกระบะรุ่นใหม่ในปีนั้นช่วงแรกมันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นรู้สึกมีอำนาจมีหน้ามีตาในสังคมกว่าในหมู่เพื่อนรุ่นเดียวกันที่เพิ่งเรียนจบ เป็นเครื่องมือที่ต่อยอดให้ความสัมพันธ์รวดเร็วหวือหวามากขึ้นแล้วพบว่าต่อมามันก็คือความรู้สึกที่ผ่านไปแค่นั้น ต่อมาปี 2550 เมื่อความท้าทายเก่าถูกลดทอนลงไปก็เริ่มมองหาความท้าทายเป็นวัตถุใหม่กับสองล้อราคาร่วมแสนที่ในเวลานั้นมีอยู่ไม่กี่คันในบ้านในเมืองทางเหนือของประเทศ แล้วพบว่าต่อมามันก็ถูกกลืนกินโดยสังคมส่วนใหญ่ที่ต่างเข้าถึงทรัพยากรต่างๆได้ง่ายขึ้นแม่อยู่ในสถานะทางสังคมที่ไม่สูงมากนัก จากเมืองเล็กสู่เมืองใหญ่มากขึ้น ยานพาหนะก็เริ่มถูกลดความสำคัญลงไป มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปกับวัตถุใส่ใจเรื่องของจิตใจมากขึ้น จึงตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างไว้ที่บ้านด้วยเหตุผลหลายอย่าง ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง เราไม่ได้ผูกติดกับวัตถุมาแต่กำเนิด แค่ช่วงเวลาหนึ่งมันสามารถพาเราไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วและโก้หรูในแบบฉบับที่เราต่างนิยามกันมา ตามกฏหมายชื่อยานพาหนะทั้งสองเรายังคงครอบครองแต่ในทางจิตใจเราไม่ได้อยากจะได้หรือจำเป็นกับเราอีกตั้งแต่วันนั้นที่อะไรๆเปลี่ยนไป ฉันมีความสุขกับอะไรง่ายๆ ราคาถูกลง ในเส้นทางที่รายล้อมไปด้วยหญิงสาวมากมาย และชีวิตเรียบง่ายไร้จุดหมายที่ชัดเจน แต่เราก็สุขได้ไม่เดือดร้อนใคร แม้เบื้องหลังครอบครัวและความเป็นมาจะผุพังก็ตาม

     ยังคิดถึงวัตถุนิยมเหล่านั้นแต่แค่ได้มองเห็นและตอนนี้มันอยู่ในที่ที่ควรอยู่ ชีวิตเราไม่เหมาะกับมันเท่าไรในตอนนี้ ตอนที่ไม่ต้องพึ่งพามันเพื่อหน้าตาหรือสถานะทางสังคมอะไร เราก็เป็นสุขได้อยู่ที่ใจจะเพียงพอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น