นักเล่าเรื่อง ร้อยเรียงทำนอง เป็นบทเพลงกล่อมประโลมโลกมีอยู่มากมายทั้งที่มีชื่อเสียงในและนอกประเทศ พวกเขาเหล่านั้นมีทัศนคติและความคิดกับโลกสังคม ความไม่เท่าเทียม ความรัก มุมมองที่กว้างและมักประดิษฐ์คำ ประโยค ท่วงทำนองที่เข้าถึง mass คนหมู่มากให้คล้อยตามไปตามเรื่องราว ไม่คำนึงถึงยุคสมัย เพลงเหล่านี้มักเป็นปรนัยและอมตะไปพร้อมๆกัน ส่วนตัวที่ชื่นชอบในวิธีคิดและมุมมองที่ไม่สุดโต่งกับความรักมากนัก หรือถ้าเป็นเรื่องราวความรักก็มักจะเป็นรักที่เข้าใจเสียสละ ตัวอย่าง คือ แอ๊ด คาราบาว ปู พงษ์สิทธิ์ ถ้ารุ่นใหม่หน่อยต้อง สแตมป์ อภิวัช สังเกตงานเพลงที่ถ่ายทอดที่ดังอยู่ในอดีตถึงปัจจุบัน จะมีรูปแบบที่ค้ลายคลึงแต่กลิ่นของดนตรีอาจแตกต่างกันในรายละเอียด ส่วนถ้าเป็นป๊อป หรือบัลลาด โซล อาจมี pause นูโว ไฮดร้า ที่มีจริตทางดนตรีที่เราชอบ บางคนอาจมีมากกว่านั้น ทุกครั้งที่ฟังเพลงก็จะนึกถึงช่วงเวลาที่เพลงนั้นพีค ตรงกับช่วงที่เรามีความรักหรือประสบกับเหตุการณ์ใดมีความทรงจำในชีวิตที่ต่างกันตามแต่โชคชะตา นี่คือสิ่งที่ประโลมจิตใจความรู้สึกของ mass human ในตลาดของเสียงดนตรีบ้านเราผ่านยุค 60 จนปัจจุบัน
"วานนี้ยังมีเธอ อยู่ตรงนั้นตรงนี้เสมอ เดินมาเดินไป
ไม่เคยหันเหไปไหน อยู่ตรงกลางหว่างใจไปไหน ก็มีเธออยู่"
วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555
เมื่อจ่าฝูงเปลี่ยนมือ
วันที่ทีมฟุตบอลที่เราชื่นชอบชนะและกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่คุ้นเคย มีสิ่งต่างๆมากมายแฝงอยู่ในวิถีของลูกหนังที่ยาวนานไม่ต่ำกว่า20ปีที่เราคิดว่ามันคือส่วนหนึงของชีวิตเด็กผู้ชายคนหนึ่งมันช่วยสร้างและผลักดันให้เราเป็นเราทุกวันนี้ วิถีลูกหนังที่มีแต่คำว่าทีม แพ้แล้วเริ่มใหม่ไม่ย่อท้อจนนาทีสุดท้าย ปล่อยวางเมื่อผิดพลาด นึกถึงวันพรุ่งนี้ไม่จมกับอดีต ยอมรับการเปลี่ยนแปลง มีลาภเสื่อมลาภ ทุกสิ่งไม่แน่นอนบนลูกกลมๆ ปัจจัยที่มากมายองค์ประกอบที่หลอมรวม นี่คือสิ่งที่มากกว่าเกมฟุตบอล ชีวิตนักฟุตบอล สิ่งมากมายนอกสนาม ในสนามที่มีทั้งศาสตร์และศิลป์ จิตวิทยา การบริหาร ตัวเลข สถิติ การตลาด การลงทุนวิทยาศาสตร์การกัฬา ศาสตร์เกือบทุกแขนงมุ่งตรงสู่ธุรกิจฟุตบอลจวบจนปัจจุบัน
ความรักบางครั้งก็ต้องพึ่งพาศาสตร์จากแขนงต่างๆมาช่วยวิเคราะห์ช่วยตัดสินใจ แต่คิดมากไปก็ป่วยการกับจิตใจมนุษย์ที่แปรเปลี่ยนตามสภาวะอารมณ์ ยากต่อการควบคุมแ้ม้แต่รู้ พบเจอ perception & experience ไม่ได้ตัดสินสิ่งที่เราพบเจอทั้งหมด อยู่ที่เธอ อยู่ที่เราจะเชื่อ และเก็บเกี่ยวความสุขใกล้ๆตัวเราได้มากเท่าไร ในโลกที่มันเปลี่ยนไปทุกมุมทุกองศา หมุนไปตามเวลาที่ถูกอุปโลคขึ้น ถ้าเธอจะรอรักแท้ที่สมบูรณ์แบบกับใครซักคนที่พร้อมจะเคียงข้างไปจนแก่เฒ่า โอกาสนั้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเพราะไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร อาจไม่เป็นเหมือนวันนี้ที่เรายังสุขอยู่กับตัวเราและคนที่เราคิดว่าพอแล้วกับมัน บทเรียนของคนที่ผ่านพบเจอสิ่งต่างๆล้มเหลว สำเร็จ ยืดยาว ฉาบฉวย แสนสั้น มันคือการอยู่กับปัจจุบัน เมื่ออยู่ในpartของมนุษย์ที่มีกิเลสก็ให้จิตเป็นสุขตามสิ่งที่เป็น สิ่งที่เราต้องการ มีจริยธรรมในแบบฉบับที่เรารู้เราเตือนตนเอง ไม่ต้องแคร์กับสิ่งรอบตัวที่ทำให้เราสุขน้อยลงหรือทุกข์มากๆ แค่นั้นเราคงมีสุขไปพร้อมกัน
ความรักบางครั้งก็ต้องพึ่งพาศาสตร์จากแขนงต่างๆมาช่วยวิเคราะห์ช่วยตัดสินใจ แต่คิดมากไปก็ป่วยการกับจิตใจมนุษย์ที่แปรเปลี่ยนตามสภาวะอารมณ์ ยากต่อการควบคุมแ้ม้แต่รู้ พบเจอ perception & experience ไม่ได้ตัดสินสิ่งที่เราพบเจอทั้งหมด อยู่ที่เธอ อยู่ที่เราจะเชื่อ และเก็บเกี่ยวความสุขใกล้ๆตัวเราได้มากเท่าไร ในโลกที่มันเปลี่ยนไปทุกมุมทุกองศา หมุนไปตามเวลาที่ถูกอุปโลคขึ้น ถ้าเธอจะรอรักแท้ที่สมบูรณ์แบบกับใครซักคนที่พร้อมจะเคียงข้างไปจนแก่เฒ่า โอกาสนั้นน้อยมากหรือแทบไม่มีเพราะไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร อาจไม่เป็นเหมือนวันนี้ที่เรายังสุขอยู่กับตัวเราและคนที่เราคิดว่าพอแล้วกับมัน บทเรียนของคนที่ผ่านพบเจอสิ่งต่างๆล้มเหลว สำเร็จ ยืดยาว ฉาบฉวย แสนสั้น มันคือการอยู่กับปัจจุบัน เมื่ออยู่ในpartของมนุษย์ที่มีกิเลสก็ให้จิตเป็นสุขตามสิ่งที่เป็น สิ่งที่เราต้องการ มีจริยธรรมในแบบฉบับที่เรารู้เราเตือนตนเอง ไม่ต้องแคร์กับสิ่งรอบตัวที่ทำให้เราสุขน้อยลงหรือทุกข์มากๆ แค่นั้นเราคงมีสุขไปพร้อมกัน
วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2555
รักๆๆหรือแค่หลงๆๆ
บางทีก็เฉยต่อสถานการณ์ที่ล่วงเลย คุ้นชิน บางทีก็ตื่นตระหนกต่อสิ่งที่ไม่เคยพบเจอ
บางทีก็ไม่อยากจะเือื้อนเอ่ยอะไรไปมากกว่านี้ บางทีก็คงดีที่เรานิ่งเฉยปล่อยวาง
บางทีเราก็มาไกลเกินกว่าความรู้สึกของคนปกติจะเข้าใจ บางทีผู้คนที่มองเราอาจไม่ลึกซึ้งถึงสิ่งที่จากมากระทบและประเมินค่าผิดไปจากความจริงที่เห็นผ่าน คำพูดเสื้อผ้าการแต่งกาย การตอบสนองในแง่มุมต่างๆ ขอบเขตการยอมรับและปฎิเสธของพฤติกรรมที่แสดงต่อสังคม เราอาจต่างกัน เราอาจมีสิ่งที่เหมือนกันในแง่ธรรมชาติอารมณ์และความรู้สึกแต่มีสิ่งละอันพันละน้อยมากมายที่เราไม่อาจแตกหน่อความจริงของชีวิตให้เข้าใจได้หมดอย่างถ่องแท้ ก็ต้องเฝ้าดูมันต่อไป กับใครหลายๆคนที่วนเวียนนึกคิดอยู่ในโสตประสาท
เส้นบางๆที่กั้นระหว่างความรักความหลงความใคร่ความมั่นใจ และความกลัว
บางทีก็ไม่อยากจะเือื้อนเอ่ยอะไรไปมากกว่านี้ บางทีก็คงดีที่เรานิ่งเฉยปล่อยวาง
บางทีเราก็มาไกลเกินกว่าความรู้สึกของคนปกติจะเข้าใจ บางทีผู้คนที่มองเราอาจไม่ลึกซึ้งถึงสิ่งที่จากมากระทบและประเมินค่าผิดไปจากความจริงที่เห็นผ่าน คำพูดเสื้อผ้าการแต่งกาย การตอบสนองในแง่มุมต่างๆ ขอบเขตการยอมรับและปฎิเสธของพฤติกรรมที่แสดงต่อสังคม เราอาจต่างกัน เราอาจมีสิ่งที่เหมือนกันในแง่ธรรมชาติอารมณ์และความรู้สึกแต่มีสิ่งละอันพันละน้อยมากมายที่เราไม่อาจแตกหน่อความจริงของชีวิตให้เข้าใจได้หมดอย่างถ่องแท้ ก็ต้องเฝ้าดูมันต่อไป กับใครหลายๆคนที่วนเวียนนึกคิดอยู่ในโสตประสาท
เส้นบางๆที่กั้นระหว่างความรักความหลงความใคร่ความมั่นใจ และความกลัว
วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555
เสมอ
** กี่วันเดือนปี ผ่านทางชีวิต หลากหลาย
ซอกซอนซ้ำซ้ำ โค้งโค้ง ซ้ำ…ซ้ำ วนวน
* หลีกหนีไม่พ้น ไม่หลงทาง ไอ้ทางเก่า ซ้ำ..ซ้ำ ไม่พ้นเดิมเดิม
จากเช้าจนค่ำ ย่ำอีกวัน ขวนขวายหากิน ทำงาน….รับใช้ใครหนอ
หัวใจร่ำมันร้องว่าเหนื่อย เหลือหลายเจ้านาย เจ้าขา
มีแต่เธอสม่ำเสมอ ถึงซ้ำเติม หัวใจ….ไม่เคยว่า
*** คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ และเป็นเธอคนเดิม เสมอ….ทุกเวลา
ซอกซอนซ้ำซ้ำ โค้งโค้ง ซ้ำ…ซ้ำ วนวน
* หลีกหนีไม่พ้น ไม่หลงทาง ไอ้ทางเก่า ซ้ำ..ซ้ำ ไม่พ้นเดิมเดิม
จากเช้าจนค่ำ ย่ำอีกวัน ขวนขวายหากิน ทำงาน….รับใช้ใครหนอ
หัวใจร่ำมันร้องว่าเหนื่อย เหลือหลายเจ้านาย เจ้าขา
มีแต่เธอสม่ำเสมอ ถึงซ้ำเติม หัวใจ….ไม่เคยว่า
*** คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ และเป็นเธอคนเดิม เสมอ….ทุกเวลา
ไม่มีคำบรรยายต่อสำหรับเพลงของพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์เพลงนี้
วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555
ฟังคิดถามเขียน
หัวใจนักปราชญ์ สุจิปุลิ ที่พูดกันบ่อยในทางพระพุทธศาสนา เครื่องมือฝึกฝนทักษะต่างๆให้เด่นชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักฟังมากกว่าการพูดพร่ำเพรื่อไร้สาระ การรู้จักคิดไตร่ตรองอย่างมีเหตุมีผล การรู้จักถาม สงสัย สืบค้นข้อมูลเพื่อค้นหาความจริงของปัญหา และสุดท้ายเขียน จดบันทึกร้อยเรียงความเข้าใจเผยแผ่ให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์
ช่วงวัยมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างต่อเติมความเป็นปราชญ์ เมื่อครั้งยังเด็กเรามักจ้อพูดสนุกปากกับเพื่อนๆในเรื่องที่พบเห็นโดยไม่มีสาระขันอะไร เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวเหล่านั้นก็เลือนลางลบหายไป เราไม่่ค่อยยอมฟังไม่ยอมลดลาวาศอกกัน แต่เมื่อผ่านเรื่องราวต่างๆเรายอมมากขึ้น ยอมฟังยอมถอย จึงเอื้อต่อการคิดตั้งคำถามและมีเวลาบันทึกเรื่องราวต่างๆมากขึ้น มีคนเคยบอกว่าการอ่านสิ่งที่คนอื่นๆเขียนเหมือนเราได้อ่านความคิดของคนอื่น แต่ถ้าเราได้เขียนหนังสือที่เป็นเรื่องราวของเราเหมือนเราได้อ่านความคิดของเราเองได้ทบทวนสิ่งที่เรากำลังคิดสนองตอบต่อเหตุการณ์ชีวิตประจำวันหรืออะไรที่มากระทบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของจิตใจตัวเอง
บางจิตที่อ่อนไหวต่อการกระทบกระเทือนทางอารมณ์รักใคร่ หรือใกล้ชิดจนเกิดข้อคำถามก็น่าสงสารความรู้สึกที่ถูกล้อเล่น แต่แท้จริงเบื้องลึกคือจิตใต้สำนึกที่อยากกระทำแต่เรื่องราวมันไม่ประติดประต่อและทัศนคติต่อชีวิต ความรักเราก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความเลวทรามไม่ควรคู่กับความดีงามการสรุปแบบนี้อาจทำร้ายคนที่เคยเคียงข้าง รอยจูบ ความทรงจำที่ผ่าน มันคือสิ่งดีๆที่รอการไตร่ตรองพิสูจน์อีกมากมาย ชีวิตเรามีอะไรต้องทำอีกมากมาย อย่าใส่ใจกับอารมณ์ความรู้สึกจอมปลอม มันจะมีที่ทางของมันเอง และเราจะอยู่บนโลกนี้กันได้ต่อไป แม้ไม่มีกันก็ตาม
ช่วงวัยมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างต่อเติมความเป็นปราชญ์ เมื่อครั้งยังเด็กเรามักจ้อพูดสนุกปากกับเพื่อนๆในเรื่องที่พบเห็นโดยไม่มีสาระขันอะไร เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องราวเหล่านั้นก็เลือนลางลบหายไป เราไม่่ค่อยยอมฟังไม่ยอมลดลาวาศอกกัน แต่เมื่อผ่านเรื่องราวต่างๆเรายอมมากขึ้น ยอมฟังยอมถอย จึงเอื้อต่อการคิดตั้งคำถามและมีเวลาบันทึกเรื่องราวต่างๆมากขึ้น มีคนเคยบอกว่าการอ่านสิ่งที่คนอื่นๆเขียนเหมือนเราได้อ่านความคิดของคนอื่น แต่ถ้าเราได้เขียนหนังสือที่เป็นเรื่องราวของเราเหมือนเราได้อ่านความคิดของเราเองได้ทบทวนสิ่งที่เรากำลังคิดสนองตอบต่อเหตุการณ์ชีวิตประจำวันหรืออะไรที่มากระทบรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของจิตใจตัวเอง
บางจิตที่อ่อนไหวต่อการกระทบกระเทือนทางอารมณ์รักใคร่ หรือใกล้ชิดจนเกิดข้อคำถามก็น่าสงสารความรู้สึกที่ถูกล้อเล่น แต่แท้จริงเบื้องลึกคือจิตใต้สำนึกที่อยากกระทำแต่เรื่องราวมันไม่ประติดประต่อและทัศนคติต่อชีวิต ความรักเราก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความเลวทรามไม่ควรคู่กับความดีงามการสรุปแบบนี้อาจทำร้ายคนที่เคยเคียงข้าง รอยจูบ ความทรงจำที่ผ่าน มันคือสิ่งดีๆที่รอการไตร่ตรองพิสูจน์อีกมากมาย ชีวิตเรามีอะไรต้องทำอีกมากมาย อย่าใส่ใจกับอารมณ์ความรู้สึกจอมปลอม มันจะมีที่ทางของมันเอง และเราจะอยู่บนโลกนี้กันได้ต่อไป แม้ไม่มีกันก็ตาม
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555
ความหวัง VS ความหลัง
การเดินทางของคนบนโลกนี้แตกต่าง ที่มาที่ไป แต่สิ่งหนึ่งที่คงเหมือนกันคือความพยายาม ความคิดความฝันความหัวงที่อยู่ระหว่างทาง ก่อนที่จะพบว่าจุดหมายปลายทางนั้นไม่ได้สำคัญเท่าระยะเวลาที่เราเดินทางไปกับหลายๆอย่างที่ทดสอบกำลังใจของนักเดินทางที่ชื่อว่ามนุษย์ อุปมาการเดินทางของชีวิตกับการล่องเรือ คงพบเจอกับวันที่ฟ้าในทะเลแจ่มใส วันไหนที่เจอเมฆฝนครึ้ม พายุโหมกระหน่ำ วันที่แสงดาวพร่างพราวกลางทะเล วันที่ร้อนอบอ้าววันที่หนาวจับใจ เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นและผ่านพ้นกันมาทุกคนในประสบการณ์การเดินทางที่ต่างไป
นิ้วกลมบอกว่าอดีตมักส่งเสียงร้องยามค่ำคืน แต่ช่วงเวลาอื่นที่มันไม่ส่งเสียงดังแต่สำหรับบางคนอดีตที่เจ็บปวดมันส่งเสียงตลอดเวลาที่สะกิดจุดผิดพลาดทั้งเรื่องชีวิตและความรัก ต่อมผลิตเรื่องราวแห่งหนหลังมักอักเสบเมื่อเจอเรื่องราวใหม่ๆแต่เมื่อร่างกายจิตใจไม่ตอบสนองสิ่งใหม่หรือเคยชินมันก็จะหยุดและต่อมที่ว่านั้นก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง
หลังจากวันที่เลือกเส้นทางเดินแบบวันนี้ก็ไม่เคยคิดถึงสิ่งที่เป็นตัวแปรแห่งความผิดพลาดอีกเลยชีวิตเราไม่ได้โรยด้วยคมหนามแต่ก็เกาะเกี่ยวกับมันตลอดเส้นทางที่เดิน วัฎจักรของอีดตจะกลับมาสัมผัสจับต้องได้ในทุกๆรอบที่โหยหาและเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องบอก สายน้ำแห่งอดีตอาจไม่ใสเหมือนเรามองเห็นในวัยเยาว์แต่มันก็หล่อเลี้ยงชีวิต ความหวังเรามาตลอดเส้นทางการไหลของมัน
นิ้วกลมบอกว่าอดีตมักส่งเสียงร้องยามค่ำคืน แต่ช่วงเวลาอื่นที่มันไม่ส่งเสียงดังแต่สำหรับบางคนอดีตที่เจ็บปวดมันส่งเสียงตลอดเวลาที่สะกิดจุดผิดพลาดทั้งเรื่องชีวิตและความรัก ต่อมผลิตเรื่องราวแห่งหนหลังมักอักเสบเมื่อเจอเรื่องราวใหม่ๆแต่เมื่อร่างกายจิตใจไม่ตอบสนองสิ่งใหม่หรือเคยชินมันก็จะหยุดและต่อมที่ว่านั้นก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง
หลังจากวันที่เลือกเส้นทางเดินแบบวันนี้ก็ไม่เคยคิดถึงสิ่งที่เป็นตัวแปรแห่งความผิดพลาดอีกเลยชีวิตเราไม่ได้โรยด้วยคมหนามแต่ก็เกาะเกี่ยวกับมันตลอดเส้นทางที่เดิน วัฎจักรของอีดตจะกลับมาสัมผัสจับต้องได้ในทุกๆรอบที่โหยหาและเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องบอก สายน้ำแห่งอดีตอาจไม่ใสเหมือนเรามองเห็นในวัยเยาว์แต่มันก็หล่อเลี้ยงชีวิต ความหวังเรามาตลอดเส้นทางการไหลของมัน
บางที
บางทีปัจจุบันก็ไม่ได้สัมพันธ์กับอดีต บางทีสิ่งที่แน่นอนกลับไม่แน่นอน
บางทีเหมือนจะรักแต่ก็ไม่เคยรัก บางทีเราคิดถึงใครแต่บางทีก็ไม่ได้คิดถึง
บางทีเราเผลอตัวเผลอใจไปกับสิ่งที่ไม่มีเหตุผล บางทีสิ่งที่เราคิดกลับผิดทั้งหมด
บางทีสิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง บางทีชีวิตเราก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือนในนิทาน
บางทีอุปสรรคก็มาตอนที่เราประมาท บางทีความอ่อนแอก็มาท้าทายความเข็มแข็ง
บางทีเราก็มาไกลเกินจะกลับไปแก้ไขอะไรที่ผิดพลาด บางทีเราต้องยอมรับมัน
บางทีเราต้องถอยหลังหลายๆก้าวเพื่อการเดินในวันพรุ่งนี้ บางทีเราก็มองไม่เห็นสิ่งที่คนอื่นเห็น
บางทีเราเองคิดมากไปทั้งที่บางอย่างยังไม่เกิดขึ่้น บางทีคนที่อยู่ข้างๆเราเค้าอาจกำลังเหงา
บางทีเราควรที่จะดูแลคนที่ดูแลเราบ้าง บางทีฉันก็อ้างว้างทั้งที่มีเธออยู่
บางทีฉันอาจรักเธอโดยไม่รู้ตัว บางทีฉันอาจไม่มีหัวใจ
บางทีฉันอาจกลายเป็นคนที่ทำให้เธอต้องเสียใจ
บางทีทั้งหมดนี้อาจเป็นแค่ เรื่องสมมติ
บางทีฉันอาจเหนื่อยล้ากับความเป็นจริงมากเกินไป ก็เท่านั้นเอง
บางทีเหมือนจะรักแต่ก็ไม่เคยรัก บางทีเราคิดถึงใครแต่บางทีก็ไม่ได้คิดถึง
บางทีเราเผลอตัวเผลอใจไปกับสิ่งที่ไม่มีเหตุผล บางทีสิ่งที่เราคิดกลับผิดทั้งหมด
บางทีสิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง บางทีชีวิตเราก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือนในนิทาน
บางทีอุปสรรคก็มาตอนที่เราประมาท บางทีความอ่อนแอก็มาท้าทายความเข็มแข็ง
บางทีเราก็มาไกลเกินจะกลับไปแก้ไขอะไรที่ผิดพลาด บางทีเราต้องยอมรับมัน
บางทีเราต้องถอยหลังหลายๆก้าวเพื่อการเดินในวันพรุ่งนี้ บางทีเราก็มองไม่เห็นสิ่งที่คนอื่นเห็น
บางทีเราเองคิดมากไปทั้งที่บางอย่างยังไม่เกิดขึ่้น บางทีคนที่อยู่ข้างๆเราเค้าอาจกำลังเหงา
บางทีเราควรที่จะดูแลคนที่ดูแลเราบ้าง บางทีฉันก็อ้างว้างทั้งที่มีเธออยู่
บางทีฉันอาจรักเธอโดยไม่รู้ตัว บางทีฉันอาจไม่มีหัวใจ
บางทีฉันอาจกลายเป็นคนที่ทำให้เธอต้องเสียใจ
บางทีทั้งหมดนี้อาจเป็นแค่ เรื่องสมมติ
บางทีฉันอาจเหนื่อยล้ากับความเป็นจริงมากเกินไป ก็เท่านั้นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)