วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คุณค่าของการมีอยู่

        การมีอยู่ของคนเราหลักใหญ่ใจความคงมีอยู่ 2 อย่าง การอยู่เพื่อตัวเอง กับการอยู่เพื่อคนอื่น คุณค่าของมันจึงต่างกันสิ้นเชิงในด้านคุณูปการต่อสังคมและปัจเจกชน ถามตัวเองว่าการมีอยู่ของเรานั้นส่วนใหญ่ในชีวิตล้วนเกิดมาเพื่อที่จะหาความสุขตอบสนองให้กับตัวเอง กลัวตัวเองเป็นทุกข์ กลัวตนเองต้องผิดหวังจากเรื่องราว อารมณ์ความรัก หรือตอนที่คนที่เรารักจากไป การพลัดพราก เหล่านี้ล้วนเป็นจุดกำเนิดของการอยู่เพื่อตัวเราเอง  อัตตาหรือฝรั่งเรียกมันว่าEGO ในยามที่ห้วงอารมณ์ตกอยู่กับตนนั้นมันใหญ่เกินกว่าจะมองคนรอบข้าง มันจึงเป็นปัญหาทั้งชีวิตของปุถุชนธรรมดา 
        วันนี้ฉันก็คือปุถุชนธรรมดาที่มีปัญหาที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่กับความเป็นตัวตน เพราะฉันกลัวตัวเองต้องผิดหวังจากสิ่งที่คาดหวัง ฉันกลัวว่ารักครั้งนี้จะจากฉันไป ฉันอยู่เพื่อตัวเองจริงๆ ฉันเข้าใจมาตลอดว่าสิ่งที่ฉันรู้สึกมันคือภาพจริงแต่เมื่อมองให้ชัดด้วยปราศจากอคติฉันพบว่า มันคือภาพเสมือนที่ก่อให้เกิดทุกข์มากกว่าสุข ฉันอยากอยู่เพื่อคนอื่นแต่ฉันไม่มีใครรอบตัวฉันมีแค่ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งมันมีแต่เธอทั้งในมโนจิตและเส้นขนานความฝัน ถ้าเธอได้รู้ความจริงจากวันนั้น ฉันไม่ต้องการสิ่งใดฉันอยากมีชีวิต มีอนาคตอยู่เพื่อเธอ มันได้หมายความถึงการแบ่งปันทุกอย่าง ความฝันความผิดหวัง ความสุข รอยยิ้ม น้ำตา ความภาคภูมิในสิ่งต่างๆที่เป็นฉันเป็นเธอและเป็นเรา ฉันไม่อยากมีความรักที่เห็นแก่ตัวหวังแต่ความสุขของตัวเองอีก จากนี้ฉันจะทบทวน เรื่องราวของเราด้วยความจริง ฉันไม่อยากตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวทางจิตใจอีก ฉันมาไกลเกินกว่าจะกลับไปในเส้นทางที่ลาดเอียงในระดับธรรมดา มันเริ่มสูงชัน มันเริ่มเหน็บหนาว ฉันแค่อยากมีใครซักคนมาเคียงข้างในเวลาที่ต้องการ คงเหมือนเธอที่มีระยะห่างช่องว่างที่หายใจไม่รดต้นคอกันนัก ฉันเข้าใจทุกอย่าง แต่อารมณ์เท่านั้นที่ทำให้ฉันเดินไม่ตรงทาง จะเดินต่อไปให้มีคุณค่าเหมือนที่หวังไว้ แค่มีเธอขนาบข้างไป ตามระยะใจที่ไม่ใกล้เกิน ขอโทษที่มีแต่คำว่าฉันจนฟุ่มเฟือย รู้ใช่มั้ยว่าความรักทำร้ายฉันแต่มันคือความสุขเดียวที่มีอยู่ทั้งชีวิต เพราะฉันรักเธอ

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คือคำว่ารักและขอบคุณ

หลายวันที่ฉันต้องต่อสู้กับความคิดถึง และจบลงด้วยความพ่ายแพ้เมื่อเราเกือบไม่ได้พบกัน 


ขอบคุณแสงเทียนในตะเกียงแก้วที่ส่องสว่างกระจ่างบนใบหน้าเราบนผืนน้ำขนาบด้วยโต๊ะเคล้าเสียงดนตรีที่อบอวลไปด้วยมนตราแห่งรัก


ขอบคุณดวงดาวทุกดวงที่เรามองเห็นไม่ไกลจากผืนโลกที่มีเพียงเราเคียงคู่ในวันพิเศษที่รอคอยกว่าสัปดาห์


ขอบคุณลมหายใจที่รวยรินรดต้นคอเราที่ทำให้ได้กลิ่นฟีโรโมนพุ่งพล่านจนยากต่อการปฏิเสธโซ่เสน่หาในเธอ


ขอบคุณน้ำตาและเรื่องราวหลายอย่างที่ทำให้เธออ่อนโยนและเข้มแข็งในคราวเดียวกัน


ขอบคุณเวลาดีๆที่เราได้พบกันอาจปนความทุกข์ของผู้คนมากมายแต่คุณค่าของการพบเจอเราไม่ได้เบียดบังผู้ใดเพราะใจเราปรารถนาในสิ่งเดียวกัน


ขอบคุณเยาวธิดาที่สร้างความแตกต่างในจิตใจให้กับผู้ชายที่แสนธรรมดาได้กลับมาอยู่ในเส้นทางของคนปกติสุขอีกครั้ง


ขอบคุณความรักที่ทำให้เราได้สบสายตากันในค่ำคืนที่เดียวดายแต่มีความหมายมากล้นกับนิยามที่เราต่างรู้ดี

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แล้วมันจะผ่านไป แล้วเราก็ได้รักกัน

             จากวันนี้จะขอ ทำทุกอย่างให้เป็นรางวัลชีวิตเธอ...
             ตลอดไปจากนี้ทุกวัน ฉันจะทำเพื่อเธอ...


             วันทีเล็บมือยาวเกินกว่าจะหยิบจับทำอะไรให้ถนัดถะหนี่ นานมากแล้วที่ไม่เคยปล่อยให้เล็บมือยาวเกินจะต้องตัดคงเพราะต้องมีสิ่งอื่นที่ต้องทำมากมาย มากกว่าการกลับมามองดูแต่ตัวเองเหมือนที่เคยมา การได้มาอยู่เพื่อคนอื่น อยู่เพื่ออีกหลายชีวิตได้ดำเนินต่ออย่างไม่ลำบาก เป็นสิ่งที่มีคุณค่าหาที่เปรียบไม่ได้ในสภาวะการณ์เช่นนี้  การมองภาพฉายของอนาคตอันใกล้ที่เห็นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ  แต่เบื้องลึกยังคงมีสิ่งซ่อนเร้นที่ต้องศิโรราบต่อเหตุและผลบวกกับวาสนาที่ทำมาจริงๆ 
              การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของเราจะเกิดขึ้นเมื่อใดไม่มีใครให้คำตอบ อาจไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนคนอื่นๆด้วยเหตุและผลหลายอย่าง แต่สัญญาได้ไหมว่าจะยังมีกันเคียงข้างกันแบบนี้ไปจนวันนั้นมาถึง วันที่เราได้บินสู่อิสรภาพของเราที่เข้าใจ ปล่อยให้เวลาพิสูจน์หัวใจเราครั้งหนึ่ง...ว่าเรายังรักกัน...รึป่าว

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รู้สึกไหมว่าใจของเราตรงกัน

ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ
มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป
ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ที่ฉันไม่เคยพบเจอ
เพราะสำหรับฉันแต่ก่อน ความรักคือการคว้ามา
แต่ในวันนี้ฉันเปลี่ยน ความรักคือการให้ไป
เพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ

คืนที่คำถามและคำตอบบางอย่างพรั่งพรูออกมา ให้ใจที่ว่างเปล่าได้ชุ่มชื่น มีชีวิตชีวา ไม่เฉยชากับเวลาที่ผ่านและปลดปลงต่อความคืบหน้า ดีใจที่ฟ้ายังมีหนทางให้เราก้าวเดินต่อไปบนความคาดหวังที่จะทดสอบสิ่งใหม่เพื่อย้ำความปรารถนาที่อยู่ภายในให้หนักแน่นขึ้น ฉันรักเธอ ได้ยินไหม...ไม่ต้องหาที่มาและความหน่วงเวลาในความรู้สึก เวลาไม่สำคัญอีกต่อไปจากนี้ไปแค่อยากพบเจอหน้าเธอ คิดถึงนะคะ

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ได้มีวันเวลาดีๆเพราะมีเธอ

           ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง  ฉันจึงมาหาความหมาย  
           ในคืนไร้ดาวพร่างพราย  สุดท้ายไร้ฝันพันดาว


           วันที่ใครหลายคนรู้ข่าวว่ากว่าครึ่งประเทศหยุดยาว แต่หน้าที่ก็ยังคงดำเนินต่อไปพร้อมกับความคิดถึง ความจริงที่สุดของการเดินทางอันแสนไกลเพื่อที่จะมาหยุดนิ่งอยู่กับสิ่งตรงหน้า ภาระงานที่เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า เพราะได้ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ที่สาหัสของผู้คนที่มาพึงใบบุญจากสถานที่ จากเครื่องไม้เครื่องมือ กับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่สะดวกนักในยามที่หลายชีวิตต้องมาเผชิญชะตากรรม พรุ่งนี้ฉันยังคงดำรงชีพด้วยความยังประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ยังประโยชน์ต่อจิตใจตนเอง ความไม่ทุกข์ร้อนต่อสิ่งเบื้องหลัง ตั้งแต่วันวานฉันได้ทำดีที่สุด ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรก่อนนอนทุกวันฉันได้ตรึกตรองถึงคุณค่า ภาพที่เห็น นาทีชีวิต ความยังชีพคือสิ่งล้ำค่า แม้อ่อนล้าต่อแดดจ้า แต่ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่เสียสละกว่ามาก เช่นเดียวกับผู้ที่รอคอยความหวังอันเลือนลาง และเริ่มทำใจกับสิ่งคุ้นชินของคนไทยตลอดสามเดือนที่ผ่าน อีกไม่นานคงถึงจุดแตกหักของเหตุการณ์ ทั้งธรรมชาติและชีวิต


           วันที่น้ำเสียงสั่นเครือ จุกอกเพราะเรื่องราวมากมาย แต่แค่ได้ยินเสียงใสๆจากที่ไม่ห่างไกลกันฉันกลับมีพลังชีพเพื่อหัวใจและวันพรุ่งนี้อย่างประหลาด คงเป็นเพราะความรักที่เอ่อล้นจนไม่มีข้อแม้ของใจ คิดถึงเธอที่แสนดี...
           

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พระจันทร์ที่นั่นเป็นเช่นไร

      ไม่มีชีวิตใดมีความสุขเท่าการได้ค้นพบว่าความพอดีเหมาะเจาะทางอารมณ์ กายภาพ ดุลยภาพความต้องการของร่างกายและจิตใจที่ใฝ่หาความสุขอย่างง่าย มันถูกจัดวางไว้อย่างหลวมๆท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติของเหตุการณ์ เมืองที่แวดล้อมไปด้วยมวลน้ำที่พร้อมทะลุทะลวงเข้าหาในทุกด้าน อีกฟากฝั่งของหัวใจยังคงอิสระเสรีตามแต่ใจเธอได้โบยบิน ไม่มีแรงกดดันคาดหวังสิ่งใด อยู่เพื่อหน้าที่ทำตามหัวใจที่พอเพียง รับผิดชอบต่อสิ่งสำนึก ต่อสังคมที่หวาดหวั่น ได้เห็นเธอมีความสุขอยู่กับธรรมชาติที่ผ่อนคลาย แม้อาจไม่ได้พบเจอแต่สัมผัสได้ถึงความสุขที่เธอได้รับและเติมเต็มมันอย่างง่ายๆในวันหยุดที่หลายคนผ่อนพักตระหนักรู้ถึงความต้องการภายใน คงอยู่ในจุดที่มันสมควรดีเหมาะ  ฉันเหม่อมองพระจันทร์คราใดแม้ในรูปภาพก็อดคิดถึงใบหน้า สีสันแววตา ท่าทางที่เราได้อยู่ใกล้ชิดกัน รู้บ้างไหมแค่เราใกล้ชิดแม้ไม่ได้ก่ายกอด ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องการสิ่งใดีอีก อาจไปถึงจุดสูงส่งในสักวันแต่ไม่มีอะไรสลักสำคัญเท่าการกลับมาอยู่กับความรู้สึกระดับสามัญ ที่ทำตามความเป็นมนุษย์สัญชาตญาณของความโหยหา คิดถึง ห่วงใย เข้าใจ ในวันที่คลื่นซัดใจ น้ำหลากไหล เอาความทุกข์ยากมาเยี่ยมเยือน เพื่อทดสอบแก่นใจของมนุษย์ ฉันรักและคิดถึงเธอ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ง่ายต่อการเข้าใจในสภาพสามัญปุถุชนที่ไม่อาจสร้างแนวกั้นทางความรู้สึกต่อไปได้อีก 


   วันที่ความสุขของเธอ อยู่ไกลฉัน วันที่นอบน้อมต่อความสัมพันธ์ วันที่พระจันทร์อยู่ในใจของเรา

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

2 พยางค์ กับ ความคิดถึง

อ่อนล้า/ คิดถึง/ โรยรา/ สายตา /อยากพัก /ไม่ร้อน /ไม่หนาว /ชาชิน /เดียวดาย /ติดกับ/ กับดัก /เวลา /นาที


กายา/โหยหา/ เพลา/ เงียบหาย/ สับสน/ การงาน /ช่วยเหลือ /สงสาร /ไม่รับ/ ติดต่อ /เข้าใจ/ วิญญาณ /


หลับฝัน /คืนวาน/ฝันร้าย/ หลอกหลอน/ ร่วงหล่น/ ในฝัน /ฟันหลุด/ อีกครั้ง/ สังหรณ์ /บอกเหตุ /ไม่ทราบ


ใคร่ครวญ/ ครอบครัว/ รำคาญ / เวลา /ส่วนตัว /ของเธอ /ระยะ /ที่ว่าง /ห่วงใย/ ใส่ใจ /รักใคร่ /ไม่เห็น/หน้าตา


เลือนลาง/ จางหาย/ ติดตรึง /รอคอย /ปลงตก /คงเดิม/ เท่าเดิม/ คาดเดา/ สายตา /ท่าทาง /พรุ่งนี้ /ยังคง


คำนึง/ ห่วงหา/ แม้ว่า/ พบพาน/ ผ่านไป /สำคัญ / จิตใจ /คาดหวัง/ ทุกข์ทน /ปล่อยวาง/ผ่านพ้น /สุขใจ/


 ยิ้มได้/ ใฝ่หา/ เธอคือ/ ดวงใจ /ของฉัน/ เป็นพอ