สิ่งใหม่ๆในวันปีใหม่สุดท้ายมันก็ยังเดิมๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้คนมากมายร้อยพันกลับรู้สึกว่าไกลแสนไกลจากความอบอุ่น อะไรมันหายไปตั้งแต่ปีที่แล้วคงไม่กลับคืน
ห้องหับที่เหน็บหนาวในวันแรกของปีคงไม่มีพื้นที่ใดเหมาะสมกับเราเท่ากับมุมมองจากเบื้องสูงเห็นดอยสุเทพในแนวกว้าง ยิ่งสูงยิ่งหนาวยิ่งเหงายิ่งอ้างว้าง มันยังคงเหมือนเดิมทุกวันที่ผ่านกับสิ่งเก่าๆและสิ่งที่ฉันเป็น และยังเป็นอยู่อย่างนั้นจนจะพ้นผ่านพันธนาการภายในจิตใจ
วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เช้าสุดท้ายของปี
เช้าสุดท้ายของปีกับหนังสือดีๆซักเล่ม กับแก้วกาแฟอุ่นๆ คงไม่มีความรู้สึกเดียวดายรูปแบบไหนที่แฝงความสุขภายในให้กับคนอย่างเราได้ดีเท่านี้ คิดถึงเธอนะถ้าเรายังอยู่ด้วยกัน เช้าที่เราคุ้นเคยคงมีกาแกขนมปังหมูหยองที่เธอปิ้งคงหอมอบอวลกว่าแคร็กเกอร์ตามท้องตลาดที่ฝืดคอ เราคงยังหยอกล้อกันบนที่นอนอุ่นๆกับอาหารเช้าที่เรากินด้วยกัน แต่เวลาดีๆกับคนดีๆมันไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงถ้วยกาแฟใบขุ่นๆกับคุกกี้กล่องกระดาษ ฉันแค่คิดถึงเธอทุกทีที่ฉันเจอความงดงามยามเช้า
วันนี้คงอยู่ในห้องสี่เหลี่อมปลีกตัวเองออกจากสังคมอย่างสิ้นเชิงเพื่อลดปัญหาที่ข้องเกี่ยวกับเวลา ไม่มีความหมายใดนอกจากวันที่เปลี่ยนไปยัง hour ที่ 25 แล้วมันก็บังเอิญเป็นศักราชใหม่ก็แค่นั้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมในความรู้สึก
Depapepe => start ให้ความรู้สึกเหมือนมีพลังชีวิตขึ้นอีกครั้ง พรุ่งนี้ก็แค่วันปีใหม่เท่านั้น แต่ฉันก็ยังคงอยู่ในเส้นทางสายเก่าที่รกชันไปด้วย ขวากหนามทางสังคม อารมณ์และความรู้สึก
วันนี้คงอยู่ในห้องสี่เหลี่อมปลีกตัวเองออกจากสังคมอย่างสิ้นเชิงเพื่อลดปัญหาที่ข้องเกี่ยวกับเวลา ไม่มีความหมายใดนอกจากวันที่เปลี่ยนไปยัง hour ที่ 25 แล้วมันก็บังเอิญเป็นศักราชใหม่ก็แค่นั้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมในความรู้สึก
Depapepe => start ให้ความรู้สึกเหมือนมีพลังชีวิตขึ้นอีกครั้ง พรุ่งนี้ก็แค่วันปีใหม่เท่านั้น แต่ฉันก็ยังคงอยู่ในเส้นทางสายเก่าที่รกชันไปด้วย ขวากหนามทางสังคม อารมณ์และความรู้สึก
Target
ใกล้วันที่ต้องเริ่มเข้าใจอะไรๆชัดเจนขึ้น และคิดที่เริ่มสิ่งดีๆเพื่อตัวเองสักที Everything depend on myself จริงๆ เมื่อไม่มีแรงจูงใจรายล้อมก็ต้องสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง เหลียวแลคนรอบข้างคงอยู่เพียงความเหินห่างทั้งระยะทางและความเป็นจริง ดีไม่น้อยที่ยังมีความปรารถนาดีเล็กน้อยจาก ญ ผู้เปลี่ยนสถานะได้รวดเร็วจนเราตั้งตัวไม่ทัน แต่ก็ไม่มีความข้องใจทั้งสิ้น มันยิ้มกว้างทุกครั้งที่คิดถึง เพราะไม่มีอะไรติดใจระหว่างเรา คงเหลือแต่สิ่งดีๆในวันพรุ่งนี้ที่ยังมีลมหายใจอุ่นๆ
เราไม่ได้อยู่บนฟ้าและก็ไม่ได้อยู่ในน้ำ ทำให้ไม่สามารถโบยบินเหมือนนกได้อย่างอิสระ และก็ไม่สามารถแหวกว่ายในท้องน้ำได้อย่างร่าเริงยังคงผูกติดกับสิ่งที่สังคมและคนที่รักเราคาดหวังมันยากที่จะหลุดลอยออกไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่หัวใจเราพร่ำเพ้อบอกอยู่ทุกวัน สักวันจะไปให้ถึงฝั่งฝันอันรื่นรมณ์เงียบสงัดในภวังค์ไม่ต้องรอคอย คาดหวัง เมื่อไรจะมีสิ่งนั้น ถ้าไม่เริ่มที่จะรอคอยแล้วจะได้ดอมดมกลิ่นของความสำเร็จเบื้องหน้าเมื่อไรกัน
เฝ้าถามตัวเองกับเรื่องเดิมๆ
เราไม่ได้อยู่บนฟ้าและก็ไม่ได้อยู่ในน้ำ ทำให้ไม่สามารถโบยบินเหมือนนกได้อย่างอิสระ และก็ไม่สามารถแหวกว่ายในท้องน้ำได้อย่างร่าเริงยังคงผูกติดกับสิ่งที่สังคมและคนที่รักเราคาดหวังมันยากที่จะหลุดลอยออกไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่หัวใจเราพร่ำเพ้อบอกอยู่ทุกวัน สักวันจะไปให้ถึงฝั่งฝันอันรื่นรมณ์เงียบสงัดในภวังค์ไม่ต้องรอคอย คาดหวัง เมื่อไรจะมีสิ่งนั้น ถ้าไม่เริ่มที่จะรอคอยแล้วจะได้ดอมดมกลิ่นของความสำเร็จเบื้องหน้าเมื่อไรกัน
เฝ้าถามตัวเองกับเรื่องเดิมๆ
วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553
I wanna be a billionaire so fucking bad
ค่ำคืนสุดท้ายในองค์กรเล็กๆเปรียบเปรยคือบริษัททางการศึกษา สนุกสนานในแบบฉบับสังคมแนวดิ่งที่ผู้บริหารบริษัทแห่งนี้มักชอบพร่ำบอกถ้อยคำแปลกใหม่ดูไม่คุ้นชินกับหูของคนส่วนใหญ่ในองค์กรเพื่อเป็นตัวตั้งให้คนฉุกคิด
อย่างน้อยบรรยากาศแห่งความสัมพันธ์มันก็เข้ารูปเข้ารอยตามวิถีทางของมัน แต่มันจะเป็นไปอย่างนี้อีกนานเท่าใดไม่รู้เพราะเมื่อคนหลายคนแยกทางเดินชีวิต ครอบครัว การทำงาน มันก็จะจางหายไปเหมือนหมอกควันยามสาย
ค่ำคืนที่ได้ทบทวนเหตุการณ์และสถานะกับสันดานในวาจาเดิมๆกับคนที่น้อยนานมากนักที่จะเอนเอียงใจไปให้แบบไม่มีเงื่อนไขแต่ทุกสิ่งมันก็หยุดไว้ในฐานที่เราเข้าใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง แต่มันจะเป็นความคงทนและเกื้อกูลในความสัมพันธ์ จากนี้คงมีให้แต่สิ่งจำกัดเพราะมันเกินเส้นใยที่เราล้อมตัวเองไว้นานแล้ว
สุดท้ายก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าจันทร์จะงดงามเมื่อเราแหงนมองในองศาที่คุ้นเคย เมื่อใดแปรเปลี่ยนมุมมองอาจเลือนลางและอับแสงลง ตามการผันแปรของความสัมพันธ์
อย่างน้อยบรรยากาศแห่งความสัมพันธ์มันก็เข้ารูปเข้ารอยตามวิถีทางของมัน แต่มันจะเป็นไปอย่างนี้อีกนานเท่าใดไม่รู้เพราะเมื่อคนหลายคนแยกทางเดินชีวิต ครอบครัว การทำงาน มันก็จะจางหายไปเหมือนหมอกควันยามสาย
ค่ำคืนที่ได้ทบทวนเหตุการณ์และสถานะกับสันดานในวาจาเดิมๆกับคนที่น้อยนานมากนักที่จะเอนเอียงใจไปให้แบบไม่มีเงื่อนไขแต่ทุกสิ่งมันก็หยุดไว้ในฐานที่เราเข้าใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง แต่มันจะเป็นความคงทนและเกื้อกูลในความสัมพันธ์ จากนี้คงมีให้แต่สิ่งจำกัดเพราะมันเกินเส้นใยที่เราล้อมตัวเองไว้นานแล้ว
สุดท้ายก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าจันทร์จะงดงามเมื่อเราแหงนมองในองศาที่คุ้นเคย เมื่อใดแปรเปลี่ยนมุมมองอาจเลือนลางและอับแสงลง ตามการผันแปรของความสัมพันธ์
วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553
อยู่ร่ำไป
อยากให้รู้ว่าจันทร์ยังส่ิองแสง ยังฉายลงมาที่เธอไม่เคยห่างหาย ...
แสงนีออนจากโคมไฟบางๆ กับความทรงจำเลือนลางไม่บ่อยนักที่ต้องพบเจอกับสิ่งฉุดดึงอดีต ความทรงจำ อยู่ในช่วงเวลาจะนานจะช้ายังยืนที่เก่า 1 ปีกับความซับซ้อนในช่วงความรักที่ไม่ชัดเจนจนมันหลุดลอยไปครั้งแล้วครั้งเล่า ยังจำได้ถึงวันที่เราผ่านสิ่งต่างๆในวันเวลาสุดท้ายของปี ปีแล้วปีเล่าคนแล้วคนเล่า ความรู้สึกเบื่อมันผุดขึ้นมาหลังจากความสัมพันธ์รุดหน้า ไม่แปลกใจที่ยังไม่มีใครทนทานกับความฉาบฉวยและมักง่ายในความสัมพันธ์
รู้ตัวดีว่าทำตัวไม่เหมือนใคร คิดอะไรก็พูดมันไปไม่แคร์ใครซะอย่าง ทำตามที่สมองสั่ง ทั้งๆที่ตรงข้ามกับหัวใจ รู้ว่าเธอไม่ได้รักไม่สนใจ ประชดตัวเองทำร้ายตัวเองอะไรที่ได้มา มีแต่เสียน้ำตา สับสนและก็หวั่นไหว
เจ็บไปทั้งใจและหาคนเข้าใจไม่ได้เลย
จุดอ่อนของฉัน อยู่ตรงนี้
แสงนีออนจากโคมไฟบางๆ กับความทรงจำเลือนลางไม่บ่อยนักที่ต้องพบเจอกับสิ่งฉุดดึงอดีต ความทรงจำ อยู่ในช่วงเวลาจะนานจะช้ายังยืนที่เก่า 1 ปีกับความซับซ้อนในช่วงความรักที่ไม่ชัดเจนจนมันหลุดลอยไปครั้งแล้วครั้งเล่า ยังจำได้ถึงวันที่เราผ่านสิ่งต่างๆในวันเวลาสุดท้ายของปี ปีแล้วปีเล่าคนแล้วคนเล่า ความรู้สึกเบื่อมันผุดขึ้นมาหลังจากความสัมพันธ์รุดหน้า ไม่แปลกใจที่ยังไม่มีใครทนทานกับความฉาบฉวยและมักง่ายในความสัมพันธ์
รู้ตัวดีว่าทำตัวไม่เหมือนใคร คิดอะไรก็พูดมันไปไม่แคร์ใครซะอย่าง ทำตามที่สมองสั่ง ทั้งๆที่ตรงข้ามกับหัวใจ รู้ว่าเธอไม่ได้รักไม่สนใจ ประชดตัวเองทำร้ายตัวเองอะไรที่ได้มา มีแต่เสียน้ำตา สับสนและก็หวั่นไหว
เจ็บไปทั้งใจและหาคนเข้าใจไม่ได้เลย
จุดอ่อนของฉัน อยู่ตรงนี้
Low profile high profit
อาจไม่เคยอยู่ในสายตาเหมือนเธอไม่รู้ว่ากำลังหายใจ หากลองคิดดูสิ่งที่อยู่ก่อนจะทิ้งไปจากวันนี้จะไม่เสียใจ
คำจั่วหัวจากเพลงดังฃองค่ายเบเกอรี่หลายปีก่อน คงบ่งบอกถึงสถานะตัวตนที่ดูด้อยค่าเมื่อเปรียบเทียบกับชนชั้นกลางถึงระดับบน ไม่แปลกนักที่เมื่อนำสถานะทางสังคมและวัตถุเป็นตัวตั้ง หลายคนมองผ่านด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่แยแสต่อสิ่งที่อยู่ภายในกลับ เพ่งมองเพียงเปลือกที่ไร้ค่า คงเป็นเพราะหลายส่วนในหลายมุมของสังคมทุนนิยมทำให้ผู้คนคล้อยตามยึดถือสิ่งที่มีคุณค่าคือตัวเงิน และนับถือผู้มีความรู้ระดับดีและสูงค่า
ได้ยินเรื่องราวความฝันใฝ่ของน้องสาวสองคนในวันนี้อดนึกถึงสิ่งที่เคยผ่านมากับแนวคิดปริญญานิยมที่ก้าวเดินฝันใฝ่ไปกับกระแสสังคมการศึกษามากมายหลายตัวแปรที่ต้องพ้นผ่าน วันนี้ระบบกระบวนการคิดมันล่วงเลยความเร่งรีบในการก้าวเดิน กาลเวลาไม่อาจหมุนให้เร็วเท่าใจปรารถนา ยังต้องเจอะเจอสิ่งต่างๆอีกมากน้องเอ๋ยขอให้ก้าวเดินกันต่อไปจะเป็นกำลังใจให้ สิ่งที่หายไปมันไม่ใช่แค่ดอกไม้ แต่มันหมายความถึงบางสิ่งที่สำคัญ...
หากวันที่นานชั่วกัปชั่วกัลป์ (1 กัลป์ = ยอดเขาสูง 1 โยชน์ = 1.6 km ทุกร้อยปีจะมีนางฟ้านำผ้าบางๆมาปัด 1 ครั้ง จนกว่าเขาสูงจะต่ำเสมอดิน)
สิ้นสุดลงภายในใจเมื่อใดแล้วเมื่อนั้นคงพบเจอสัจธรรมที่เที่ยงแท้ถึงการหลุดพ้นในโลกเบี้ยวที่มนุษย์สรรค์สร้างแต่ความเชื่อที่เสพติดแพร่กระจายความคิดในคนหมู่มาก
คงจะเจอคนที่ใจเดียวกัน ยอมรับในจักรวาลของความคิดอย่างเราซักวัน
จะรอและเก็บงำทุกอย่างสำหรับเธอนะ
คำจั่วหัวจากเพลงดังฃองค่ายเบเกอรี่หลายปีก่อน คงบ่งบอกถึงสถานะตัวตนที่ดูด้อยค่าเมื่อเปรียบเทียบกับชนชั้นกลางถึงระดับบน ไม่แปลกนักที่เมื่อนำสถานะทางสังคมและวัตถุเป็นตัวตั้ง หลายคนมองผ่านด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่แยแสต่อสิ่งที่อยู่ภายในกลับ เพ่งมองเพียงเปลือกที่ไร้ค่า คงเป็นเพราะหลายส่วนในหลายมุมของสังคมทุนนิยมทำให้ผู้คนคล้อยตามยึดถือสิ่งที่มีคุณค่าคือตัวเงิน และนับถือผู้มีความรู้ระดับดีและสูงค่า
ได้ยินเรื่องราวความฝันใฝ่ของน้องสาวสองคนในวันนี้อดนึกถึงสิ่งที่เคยผ่านมากับแนวคิดปริญญานิยมที่ก้าวเดินฝันใฝ่ไปกับกระแสสังคมการศึกษามากมายหลายตัวแปรที่ต้องพ้นผ่าน วันนี้ระบบกระบวนการคิดมันล่วงเลยความเร่งรีบในการก้าวเดิน กาลเวลาไม่อาจหมุนให้เร็วเท่าใจปรารถนา ยังต้องเจอะเจอสิ่งต่างๆอีกมากน้องเอ๋ยขอให้ก้าวเดินกันต่อไปจะเป็นกำลังใจให้ สิ่งที่หายไปมันไม่ใช่แค่ดอกไม้ แต่มันหมายความถึงบางสิ่งที่สำคัญ...
หากวันที่นานชั่วกัปชั่วกัลป์ (1 กัลป์ = ยอดเขาสูง 1 โยชน์ = 1.6 km ทุกร้อยปีจะมีนางฟ้านำผ้าบางๆมาปัด 1 ครั้ง จนกว่าเขาสูงจะต่ำเสมอดิน)
สิ้นสุดลงภายในใจเมื่อใดแล้วเมื่อนั้นคงพบเจอสัจธรรมที่เที่ยงแท้ถึงการหลุดพ้นในโลกเบี้ยวที่มนุษย์สรรค์สร้างแต่ความเชื่อที่เสพติดแพร่กระจายความคิดในคนหมู่มาก
คงจะเจอคนที่ใจเดียวกัน ยอมรับในจักรวาลของความคิดอย่างเราซักวัน
จะรอและเก็บงำทุกอย่างสำหรับเธอนะ
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สายตาว่างเปล่า หัวใจว่างเปล่า
โลกมันว่างเปล่าไม่มีเธอเหมือนเก่าไม่มีเธออีกต่อไป หัวใจว่างเปล่าต้องรอจนเข้าใจเธอคงไม่กลับมา
ฉันยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะหยุดเสียงเพรียกและสัมผัสแห่งความเดียวดายนี้อย่างถาวร หรือวันที่คนคอยจะยังไม่มาถึง ต้องพลัดพรากจากเจ็บ เหม่อมองถึงสิ่งที่ผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสงสว่างในหัวใจเมื่อไรจะมีโอกาสเปล่งแสงเรืองรองมันริบหรี่จนมืดสนิทในหมู่แสงไฟในเมือง แตกต่างกับสิ่งที่เฝ้ามอง มันสูงชันในความรู้สึกและยากจะทำใจให้ไม่ว้าวุ่นในวันที่ใกล้และเฉียดกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่เค้ามีคนข้างกาย ถอนหายใจกับความเหงาอีกหลายครั้งก็ยังต้องเดินต่อไป หลับตาเถอะนะขอให้เธอหลับฝันดี.....
ฉันยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะหยุดเสียงเพรียกและสัมผัสแห่งความเดียวดายนี้อย่างถาวร หรือวันที่คนคอยจะยังไม่มาถึง ต้องพลัดพรากจากเจ็บ เหม่อมองถึงสิ่งที่ผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสงสว่างในหัวใจเมื่อไรจะมีโอกาสเปล่งแสงเรืองรองมันริบหรี่จนมืดสนิทในหมู่แสงไฟในเมือง แตกต่างกับสิ่งที่เฝ้ามอง มันสูงชันในความรู้สึกและยากจะทำใจให้ไม่ว้าวุ่นในวันที่ใกล้และเฉียดกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่เค้ามีคนข้างกาย ถอนหายใจกับความเหงาอีกหลายครั้งก็ยังต้องเดินต่อไป หลับตาเถอะนะขอให้เธอหลับฝันดี.....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)