วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันเกิดฉันทำไมมันจึงไม่มีใครจำ

เป็นวันเกิดที่แปลกๆอีกปี ไม่อยากมีไม่อยากได้อะไร เฉยๆ เรื่อยๆ นั่งกินเหล้าคนเดียวกับแสงสีในวอร์ม อัพ ยังดีที่มีน้องออมและเพื่อนฝูงบ้างนิดหน่อยทำให้คลายความเหงาลงบ้าง ประสบการณ์การนอนบนเก้าอี้ในอาเขตเพื่อรอรถไปเชียงรายรุ่งเช้า เหมือนคนเร่ร่อนนะมึงเนี่ย 555 เมาชิบหาย


ตวามมืดในชีวิตก็กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวเดิมของความใคร่ที่ไม่มีใครปฎิเสธความอยากเหล่านี้ แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ขอโทษหญิงสาวที่ต้องมาเกี่ยวพันกับชายไร้ซึ่งความรักและความผูกพัน แต่มันก็เป็นความพึงพอใจของเราที่จะทำแบบนี้ ไม่ได้มีเจตนาให้เธอเหล่านี้ต้องเสียใจไปกับสิ่งที่มักง่าย

ชีวิตผมมีแต่ดำกับขาวไม่มีสีเทา จริงๆ

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ก้าวต่อไป

วันนี้ได้รับข่าวดีที่thesisเริ่มเดินหน้าซักทีหลังจากแม่งหยุกชะงักไปหลายเดือนเสียเวลาชิบ เสาร์นี้ก็ต้องไปจัดการเคลียร์ให้เรียบร้อย

กอปรกับข่าวจาก กทม เรื่องตั๋วหนังสองใบ กับอัมพวา เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา รู้ว่าเธอกำลังดูๆกันอยู่กับคนที่ดีๆซักคน ขอให้เธอไปดีขอให้มีความสุข ขอให้เธอหมดทุกข์เสียที ขอให้รักยืนยาวให้เธอกับเขาโชคดีอย่าได้มีใครอีกเลยต้องเจ็บช้ำ เฮ้อ

วันที่หัวใจว่างเปล่า ไม่มีเธอเหมือนเก่าไม่มีเธออีกต่อไป 
วันนี้ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวันเดิมในรอบหลายปี
ไม่มีใครให้รักและไม่มีใครรักเกือบ 3 เดือนแล้วนะ ตลกดีเหมือนกัน
มองข้ามช็อตไปแล้วก็ไม่อยากจะคบใครจริงจังแล้ว เพราะมันรู้จุดเริ่มและจุดจบไปซะหมด ไร้แรงจูงใจจะกลับไปมีหัวใจเต้นแรงเมื่อเจอหน้าใครซักคน คงอีกนานกว่าความรู้สึกนี้จะจางหายไป หลับตาเถอะนะขอให้เธอหลับฝันดี


อยากให้คนไทยมีความสุขทุกๆวันนะ
 

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

จุดต่ำสุด กับจุดเริ่มต้นที่ซ้ำซาก

ใครไม่เคยตก ใครไม่เคยเจ็บ ใครไม่เคยเริ่มต้น ก็ไม่รู้ว่าอารมณ์ความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร การที่เราต้องเริ่มต้นสิ่งเดิมๆซ้ำซ้ำซากซากมันไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่แต่อย่างใดแต่มันได้บ่งบอกถึงความผิดพลาดในการใช้ชีวิต เรียกง่ายๆว่าเจ็บไม่จำ คงต้องให้เวลาที่มากกว่าคนอื่นเพื่อที่จะเรียนรู้ไปกับมัน 

เวลาที่ไม่เคยพอสำหรับคนล้าหลังทางอารมณ์
คนเราเสียเวลาไปกับการทำงานเกือบค่อนชีวิต แต่ถ้าไม่ทำงานก็จะขัดแย้งกับกระแสสังคมที่เน้นวัตถุนิยมอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นเราจึงต้องแสวงหางานที่เป็นตัวของเรามากที่สุดเพราะเราจะได้ใช้เวลาเกือบค่อนชีวิตอย่างมีความสุข เวลาให้กับสิ่งฉาบฉวยนั้นเราให้กับมันได้มากกว่าเวลาที่จะต่อเติมความมั่นคงให้กับชีวิตแต่เราๆกลับไม่ทำไม่คำนึง

เวลาที่ไม่เคยพอของชายในเงาจันทร์

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เริ่มต้นกับการทำงานและงาน และงานใหญ่ๆอีกหลายอย่างที่ต้องทำให้แล้วเสร็จในเวลาอันใกล้เพราะทุกวันที่ผ่านไปมันคือเวลาที่สูญเสียไปกับสิ่งที่เรียกว่าอุปสรรคด้านมิติเวลาที่คอยฉุดรั้งความสำเร็จในชีวิต เราต้องทะลุมิติกำแพงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้รวบรวมสรรพกำลังต่างๆยกเว้นกิจกรรมที่บั่นทอน เป้าหมาย รายล้อมด้วยบรรยากาศที่ฝักใฝ่ในการงาน จึงจะทำให้วิกฤตนี้ผ่านไปได้
1. คีย์ข้อมูล ทำบทที่4-5 วิทยานิพนธ์ให้เสร็จ
2. ทำงานที่เป็นกิจวัตรให้ผ่านไปอย่างดี
3. พักเรื่องรักเรื่องรกเรื่องราวในใจไว้ก่อนให้ได้

ภารกิจหลักที่เร่งด่วนยิ่งกว่าภารกิจใดๆของรัฐบาล

วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันแม่แห่งชาติ

วันที่ได้กลับมาสู่อ้อมกอดของแม่ วันที่พักเรื่องราวโลกีย์ในชีวิต กลับมาสนใจครอบครัวที่ผุพัง แต่วันนี้ก็เป็นวันที่มีความสุขอย่างเรียบเรียบ แม้ไม่มีสาวๆเข้ามาพัวพัน แต่ก็ได้รับบรรยากาศแห่งความอบอุ่นที่โหยหา วิเศษดีแท้ กินกับข้าวฝีมือแม่ ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างไร้ความกังวล ถึงแม้จะโทรหา สาวๆขาประจำไม่ติด แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราหงุดหงิดงุ่นง่าน จนลืมสัญญาณแห่งชีพที่แท้จริง

ผ่อนพักตระหนักรู้ในวันเบาๆ ชิว พรุ่งนี้ค่อยลืมตาเข้าสู่โหมดแห่งความหวือหวาในโลกโลกีย์สีดำกันต่อไป

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันที่ฉันกลัว

มีชีวิตเพื่ออะไร มันหมดความหมายเมื่อไร้เธอ

ชีวิตแต่ละวันไม่ง่ายเลยที่จะฟันฝ่ามันไป สิ่งที่คิดวางแผนไว้ต้องเผื่อ error ตลอดเวลา มันมีความคลาดเคลื่อนที่เป็นมาตรฐานอยู่ตลอด เมื่อมาเจอกับความผิดหวังซ้ำซากบางครั้งก็ยากจะทำใจแต่มันต้องไปต่อ เพราะชีวิตเราเกิดมาเพื่อที่จะต่อสู้เรียนรู้กับความเจ็บปวด ในวันที่จิตใจต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบนี้ไร้รักไร้ความรู้สึกที่จริงใจมันอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นกรรมที่ต้องชดใช้ในเวลาอันรวดเร็ว มันก็เป็นแบบนี้ชีวิตที่ต้องไปต่อโดยลำพังกับชีวิตที่ผุพัง เสเพล เมื่อไรจะพบแสงสว่างปลายอุโมงค์อย่างแท้จริงซักที

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

My misery

คืนนี้ไม่รู้เป็นอะไรอยู่ดีๆ อยากมองที่ดวงดาว...จริงไหมเรื่องที่เคยได้ยินเกี่ยวกับดาวอยากรู้ว่าจริงไม่จริง

วันนี้เป็นวันที่ไม่ได้กลับเชียงราย เพราะเกิดเหตุเรื่องที่ คณะครุ แม่งยังไม่ได้ให้คณะบดีบัณฑิตเซ็นต์กูละเซ็งเพราะมึงไม่เซ็นต์ ไปอินโดคะยังไม่กลับมาเซ็นต์ให้คงอาทิตย์หน้านะคะ กูรอมา3อาทิตย์ละ ชาวบ้านชาวช่องเค้าไปถึงดาวอังคารกันละแม่ง ยังไม่ถึงไหนเลยแล้วเมื่อไรกูจะจบวะเนี่ย แต่วันพรุ่งนี้จะไปส่ง เอกสาร EMS ให้ผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน ที่ ม เกษตร กะ ราชภัฎพิบูลสงคราม คงทำให้งานคืบหน้าไปได้บ้างแต่ต้องมารอเรื่องที่ตามไปนี้ดิมันเซ็งจิตจริงๆ จนชาวบ้านเค้ารัน วิเคราะห์กานหมดละกรูยังได้แบบสอบถามไม่ครบเล๊ย เฮ้อ

คืนนี้มีโทรสับมาชวนกูยิกเลยน้า ร้านโต่งนี่พี่ไปจนร้องได้ทุกเพลงละ 2 วงที่มันขึ้นเล่นอ่ะ ตังอยู่ในร้านนั้นหลายหมื่นแล้วมั้ง น้องเพิ่งมาชวนพี่ไปเหรอน้องฟ้า เหอๆๆ เหนื่อยอ่ะนะเดวต้องเตรียมเล่นดนตรีวันเสาร์ด้วยเลยไม่อยากไป เที่ยวกานให้สนุกนะคะน้องๆ

การได้ไปหาเวที ออดิชั่นให้สนอง Need ตัวเองนี่ก็ดีเหมือนกานจะได้ทำสิ่งที่เราชอบแถมได้แหลกเหล้าฟรีอีก ชอบเจงๆ เหอๆๆ ต้องขอบคุณคุณพี่สมจิตร อาร์ตตัวแม่ที่เปิดโอกาสให้Duoคู่ใหม่ได้แจ้งเกิด
ใครว่างก็เชิญชวนนะครับที่ร้านสุดสะแนน แถวสุกี้โคคา ศรีธนาพาณิช เชียงใหม่รินคำ ทุ่มนึงเป็นต้นไป
หลับก่อนน้าวันนี้ง่วงจริงปิดเสียงโทรสับ รำคาญ ใครอยากเที่ยวก็เชิญกรูเบื่อแล้ว....

ปล.ถ้าสาวงามๆมีเหตุจูงใจให้ไปก็ว่าไปอย่าง555