วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554
ทุกวันที่ต้องไกลเราจะได้พบกันใหม่
ในวันที่กลับมาเลื่อนๆลอยๆแปลกๆ วันที่เย็นย่ำกลับสายฝนพรำ กับชีวิตห้องสี่เหลี่ยมลำพัง เหมือนไร้หัวใจ เหมือนหัวใจอยู่ไกล ข้อจำกัดของความรักที่มันสอนให้เราต้องเรียนรู้ อดทนต่อการรอคอยพบเจอ คุณค่าของกาลเวลาตอบสนองในเพลาที่สุกงอมน่าจะเป็นสิ่งที่เป็นคำตอบที่ดีที่สุด
จะเอาดวงใจฉันค้นใจเธอ ให้เจอะสิ่งที่เธอนั้นเก็บไว้ ถ้าเธอมีคำนั้นไว้ในใจเธอทำไมไม่พูดมันออกมา ฉันรู้เหมือนที่เธอรู้ว่าความรักต้องใช้วันเวลา จะอยู่เพื่อจะฟังคำนั้นนั่นคือรางวัลที่ปรารถนา คุ่มค่ากับการค้นใจของเธอ
วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554
ฉันเคยบอกกับเธอรึยัง
จากวันนี้จะขอ ... ทำทุกอย่างเพื่อเป็นรางวัลชีวิตเธอ
ดีใจที่เรารู้สึกไม่ต่างกัน
ดีใจที่ยังมีคนอย่างเธอมาเห็นคุณค่า
ดีใจที่วันนี้เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเหมือนวันวาน
ดีใจที่เราเข้าใจกันและมันจะสวยงามต่อไปตราบที่เรายังอยู่เคียงข้างกัน
ดีใจนะที่ได้เจอคนอย่างเธอ คนที่ทำให้ฉันเป็นตัวเองมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆกัน ขอบคุณนะคะ ^ ^
ดีใจที่เรารู้สึกไม่ต่างกัน
ดีใจที่ยังมีคนอย่างเธอมาเห็นคุณค่า
ดีใจที่วันนี้เราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเหมือนวันวาน
ดีใจที่เราเข้าใจกันและมันจะสวยงามต่อไปตราบที่เรายังอยู่เคียงข้างกัน
ดีใจนะที่ได้เจอคนอย่างเธอ คนที่ทำให้ฉันเป็นตัวเองมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆกัน ขอบคุณนะคะ ^ ^
วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554
ความคิดถึง
อาจดูไม่มีเวลา
อาจดูไม่ใส่ใจ
อาจดูเหมือนแข็งกระด้าง
อาจดูไม่เหมือนคนที่รักกันในบางเวลา
แต่ฉันคิดถึงเธอคนเดียว...นะ
อาจดูไม่ใส่ใจ
อาจดูเหมือนแข็งกระด้าง
อาจดูไม่เหมือนคนที่รักกันในบางเวลา
แต่ฉันคิดถึงเธอคนเดียว...นะ
วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554
เหมือนมีอะไรบางอย่าง
ดีใจที่เรายังกลับมาพูดคุยถึงเรื่องราวในวันเก่าๆในสถานที่เดิมๆ ที่เรามีความทรงจำดีๆร่วมกัน ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวในสถานะเพื่อนที่ดีต่อกัน ได้รับรู้สิ่งรอบตัวของวันวานที่เราต่างออกมาจากความสัมพันธ์แบบเดิม ความบังเอิญในวันเดียวกับที่เราอยากพบเจออยากนั่งคุยเรื่องราวในวันข้างหน้ากับเธออีกคนที่เข้ามาเติมเต็มในวันเวลาที่ขาดหาย แต่จู่ๆสายเรียกเข้ากับต่างออกไปจากที่คุ้นชิน ปีกว่าที่เราไม่ได้พบไม่ได้เจอเธอยังเหมือนเดิมนะ เหมือนเปลี่ยนผ่านอะไรบางอย่างขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องราวก่อนที่เราจะพบเจอกันแต่บอกได้แค่มีความสุขมากกับค่ำคืนที่เป็นของเรา ได้มองแววตา ได้พบเจอกันในบรรยากาศที่อบอวลด้วยสายฝน ดนตรี ฉันรักเธอนะ เยาวธิดา แต่คงต้องใช้เวลาทบทวนความหวาดหวั่นทั้งหลายที่สองเราเคยมี แต่ฉันมั่นใจว่าวันนึง ความรักและเวลาจะช่วยเยียวยาสิ่งภายในที่เคยเกิดจากประสบการณ์เดิม ไม่มีเรื่องราวใดน่ายินดีกับวันพรุ่งนี้เท่ากับตอนนี้ที่เราต่างรู้สึกดี อดีตก็คงเป็นแค่เครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้เรายับยั้งสิ่งไม่ดีระหว่างความสัมพันธ์ของเรานะ ดีใจที่เราคืบหน้าไปอีกขั้น ขอบคุณนะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลเรื่องราวของเราให้ดีที่สุด ^ ^
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
ประกาศภาวะฉุกคิด
ผมไม่เชื่อในระบบทุนนิยม ผมเดินออกมาจากตรงนั้นมานานแสนนาน ที่ย้อมและหลอกตัวเองไปเพื่อจะได้มาซึ่งความสุขจอมปลอมจากสังคมวัตถุผ่านเรือนร่างและความใคร่ลวงตา
แต่ดูเหมือนผมได้มาเหยียบย่ำแดนดินที่ทุกอย่างตีราคาคุณค่าเทียมไปซะหมด ความคิดที่จะก่อร่างสร้างตัวมันจางหายไปนานมากแล้วนะ มันห่างไกลสันดานเดิม ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นหรือปล่อยให้มันดำเนินไปโดยไร้ระเบียบ ความคิดความเข้าใจในโลกนี้มันมาไกลเกินกว่าจะเริ่มต้นหรือมันมืดบอดในมิติของครอบครัวจนลืมนึกถึงบางสิ่งที่เป็นพื้นฐานของปุถุชนทั่วไป
บางทีการกระโดดมายืนบนขอบอ่างที่ปลาน้อยใหญ่ว่ายวนกันอยู่เพียงลำพังก็ช่างเหน็บหนาวและปวดร้าวเหมือนกันที่วันเวลาผ่านไปฉันได้แต่เฝ้ามองการเริ่มต้นและความสำเร็จของผู้คนที่ผ่านเข้ามา หรือเธอจะเข้ามาหยุดความคิดนั้น ตอบไม่ได้ ฉันไม่ได้รอคอยคำตอบนั้น และมันก็ไม่ได้อยู่ที่เธอ แต่มันน่าจะอยู่ที่คำว่า "เรา"
แต่ดูเหมือนผมได้มาเหยียบย่ำแดนดินที่ทุกอย่างตีราคาคุณค่าเทียมไปซะหมด ความคิดที่จะก่อร่างสร้างตัวมันจางหายไปนานมากแล้วนะ มันห่างไกลสันดานเดิม ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นหรือปล่อยให้มันดำเนินไปโดยไร้ระเบียบ ความคิดความเข้าใจในโลกนี้มันมาไกลเกินกว่าจะเริ่มต้นหรือมันมืดบอดในมิติของครอบครัวจนลืมนึกถึงบางสิ่งที่เป็นพื้นฐานของปุถุชนทั่วไป
บางทีการกระโดดมายืนบนขอบอ่างที่ปลาน้อยใหญ่ว่ายวนกันอยู่เพียงลำพังก็ช่างเหน็บหนาวและปวดร้าวเหมือนกันที่วันเวลาผ่านไปฉันได้แต่เฝ้ามองการเริ่มต้นและความสำเร็จของผู้คนที่ผ่านเข้ามา หรือเธอจะเข้ามาหยุดความคิดนั้น ตอบไม่ได้ ฉันไม่ได้รอคอยคำตอบนั้น และมันก็ไม่ได้อยู่ที่เธอ แต่มันน่าจะอยู่ที่คำว่า "เรา"
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นานแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึก
คืนที่นอนไม่หลับออกมายืนรับลมแสงไฟสลัวอ่อนก่อนกลับเข้าไปบนเตียงว่างเปล่าเอาเท้าก่ายหน้าผากเหม่อมองเพดานสีขาวนวล ฟังเรื่องราววันใหม่ในสังคมผ่านจอตู้สี่เหลี่ยมที่ไม่ได้เหลียวไปมองมันสักนิด ก่อนหน้านั้นไม่ถึงชั่วโมงมีสายเข้าจากคนที่เราเข้าใจว่ามีอะไรบางอย่างที่รอทดสอบและพิสูจน์เราอยู่ ความสุขจากเสียงที่ผ่านเข้ามากับกิจวัตรที่เราต่างรู้ แต่คืนนี้มันต่างออกไปใคร่ครวญถึงสิ่งที่ผ่านมาจากวันแรกที่เรารู้สึก มันมีลำดับเรื่องราวที่น่าแปลก ไม่อาจเชื่อได้ว่าการผ่านโลกมืดมาในระยะเวลาพอสมควรจนไม่ยี่หระต่อศีลธรรมและครรลองสังคมจะกลับมายืนอยู่ท่ามกลางความรู้สึกแบบนี้ได้อย่างสนิทใจ ขอบคุณนะที่ทำให้ฉันเปลี่ยน เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง คิดถึงคนอื่นมากขึ้น คิดถึงคนที่รักและหวังดีกับเรามากขึ้น แคร์ความรู้สึกคนอื่นๆมากขึ้น ความหยาบภายในใจลดลง ขอบคุณอีกครั้ง ที่เธอมาทำให้โลกที่มีแต่สีดำกลับมาสดใสอีกครั้ง ^__^
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
รัก (Love is all around )
โอ้...เธอ ทำให้ฉันรู้จัก
ความรักที่ไม่มีเหมือนใครใด
ได้มามีเธอนั้นเป็นคนให้
หัวใจอยากให้เธอรู้
แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร
ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ
ที่ฉันได้จากเธอ ได้รักโดยไม่ต้องขอ
ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่ารักคืออะไร
ไม่มีตัวอักษรแสดงความรู้สึกใดๆ ที่ดีและมีความหมายเท่าการได้บอกกับเธออย่างตรงไปตรงมาถึงที่มาและที่ไปในหัวใจของฉันตอนนี้...รู้สึกดีนะ
ความรักที่ไม่มีเหมือนใครใด
ได้มามีเธอนั้นเป็นคนให้
หัวใจอยากให้เธอรู้
แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร
ไม่รู้ว่าสิ่งไหนจะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ
ที่ฉันได้จากเธอ ได้รักโดยไม่ต้องขอ
ได้รู้โดยไม่ต้องรอ ว่ารักคืออะไร
ไม่มีตัวอักษรแสดงความรู้สึกใดๆ ที่ดีและมีความหมายเท่าการได้บอกกับเธออย่างตรงไปตรงมาถึงที่มาและที่ไปในหัวใจของฉันตอนนี้...รู้สึกดีนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)